เชียงคานเลย ตอนที่1

posted on 16 Jan 2011 00:04 by aoynaja
ตามสัญญาค่ะ ว่าจะมา up รูปทริปแบบ full version ให้ชมกัน
 
ทริปนี้ก็คือทริปเชียงคาน จังหวัดเลย ค่า...Embarassed
 
ไปเมื่อวันที่ 25-27 ธันวาคม 2553
 
ปีที่แล้ว แต่จริงๆก็ไม่นานนี้เอง ยังไม่ถึงเดือนเลย แต่ทำไมในความรู้สึก เหมือนผ่านมานานแล้วก็ไม่รู้ Kiss
 
วันแรก เราออกจากกรุงเทพ ประมาณ 8 โมงเช้า
 
เดินทางด้วยรถตู้ พร้อมเพื่อนๆรวม 8 คน
 
กว่าจะถึงเชียงคานก็ประมาณ 6 โมงเย็นได้ ใช้เวลาร่วม 10 ชั่วโมงเลย
 
นี้รวมเวลากินข้าวระหว่างทางประมาณชั่วโมงกว่า โดยไม่ได้แวะเที่ยวที่ไหนนะเนี่ย
 
อืม เป็นทริปที่นั่งรถยาวนานจริงๆ แต่ก็ ไม่เบื่อเท่าไหร่ เพราะรถตู้ไฮโซมีทีวีพร้อมเครื่องเล่น DVD
เลยพกแผ่นเพลง คอนเสิร์ต ไปดูกันระหว่างทาง ก็เพลินกันไป
 
ไปถึงก็เย็นแล้ว เข้าที่พักเลย ที่ "เชียงคานฮิลล์" รีสอร์ท
 
เราพักบ้านเรือนไทย ให้ดูภาพในห้องก่อนเลยว่าไทยจริงๆ
 
 
หลังจากนั้นก็ออกมากินข้าวเย็นที่ร้านอาหารของรีสอร์ท อยู่ริมน้ำ
 
อากาศที่ว่าเย็นแล้ว เลยยิ่งเย็นเข้าไปใหญ่ แต่ก็ชอบอากาศแบบนี้นะ รู้สึกดีจัง ^ ^
 
 
เช้าวันต่อมา เราตื่นกันตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง เพื่อเตรียมไปดูทะเลหมอกที่ภูทอก
 
เสียดายว่าวันที่เราไป ไม่ค่อยมีหมอก พี่คนขับรถขึ้นภูบอกว่าวันนี้ลมแรง เลยพัดหมอกไปหมด
 
ถ้ามาวันก่อนหน้านี้ จะเห็นหมอกเยอะเลย ได้ยินแล้วก็เป็นอันเตรียมใจได้ - -'
 
เอาล่ะ มาดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ยังดีเนาะ
 
ไม่ได้ถ่ายตอนขึ้นเต็มดวง แต่ถ่ายตอนที่ปรากฎเป็นรูปห้วใจ อิอิ
 
ไม่ได้สังเกตุเองหรอกค่ะ เพื่อนบอกมาอีกที ว่าแต่ เห็นกันไหมคะว่าดูเป็นหัวใจยังไง :)
 
 
ละสายตาจากพระอาทิตย์มาแล้ว เรามาดูหมอกที่เห็นไกลๆกันดีกว่า เห็นบ้างก็ยังดีกว่าไม่เห็นล่ะนะ
 
 
ซุมกล้องไปไกลๆ จะเห็นแม่น้ำกลางหุบเขาและสายหมอก สวยมากค่ะ *o*
 
 
 
รูปต่อไป มุมนี้แสงกำลังสวยเลยค่ะ ถ่ายเอง ชอบเอง ฮี่ๆๆ
 
 
ถ่ายรูปจนสว่างแล้ว ก็กลับรีสอร์ท เลยถ่ายบ้านพักตอนเช้ามาให้ชมกันค่ะ ที่เห็นคือบ้านพักของเรา
 
ทั้งหลังมี 4 ห้อง พอดีกับพวกเรา 8 คน ก็พักห้องละ 2 คนค่ะ
 
แต่ละห้องไม่เหมือนกัน ห้องที่เราพักใหญ่สุดเลย หุหุ
 
 
ดอกไม้หน้าบ้าน สีสวยสดจริงๆ
 
 
 
แล้วก็ได้เวลาทานอาหารเช้าค่ะ ไปที่ห้องอาหาร เอ๊ะไม่ใช่ เรียกว่าเรือนน่าจะถูกกว่า เพราะเป็นแบบเปิดโล่ง
เห็นวิวแก่งคุดคู้ได้เต็มตาแบบ panorama กันเลยทีเดียวค่ะ
 
และนี่คือภาพที่เห็นขณะนั่งรับประทานอาหารเช้าและชมวิวไปด้วย สุดยอดมากๆค่ะ
 
 
อีกรูปค่ะ แบบไม่ติดคานไม้ของเรือนเมื่อครู่
 
 
ทานอาหารเสร็จ เราก็ไปล่องเรือที่แก่งคุดคู้ ชมวิวริมโขงที่ฝั่งตรงข้ามคือประเทศลาวค่ะ
 
 
เห็นธงลาวกันไหมเอ่ย ;)
 
 
เหมาเรือทั้งลำนั่งไป-กลับ 1 ชั่วโมง ราคา 800 บาท จะเรียกว่าแพงไม๊ ก็ไม่น่ะค่ะ แต่รู้สึกไม่คุ้มเพราะว่าไม่
ค่อยมีวิวให้ดูเท่าไหร่ ออกแนวกินลม ชมน้ำ ชมต้นไม้กันไป ^ ^'
 
ต่อไปเราก็ไปไหว้พระที่วัดท่าแขก อยู่ใกล้ๆกับแก่งคุดคู้นี่เอง
 
 
 
ไปไหว้พระกันต่อค่ะ ที่วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน
 
ที่เห็นคือรอยพระพุทธบาท บรีิเวณรอบๆยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอยู่เลย
 
 
ที่วัดนี้เค้าเลี้ยงกระต่ายไว้เยอะเหมือนกันค่ะ ระหว่างทางก็จะเห็นกระต่ายโผล่มาให้ชม ให้ป้อนอาหารกันเป็นระยะ ^ ^
 
 
พระพุทธรูปองค์ใหญ่ในวัด สวยงามมากจริงๆ _/|\_
 
 
บรรยากาศรอบข้าง ธรรมชาติมากๆค่ะ 
 
 
จากนั้น เราไปต่อที่วัดพระใหญ่ภูคกงิ้ว ใช้เวลาเดินทางนานเกือบชั่วโมงจากตัวเมือง และเส้นทางค่อนข้างขรุขระ จนเกือบถอดใจไปไม่ถึง แต่ในที่สุด เราก็ไปถึง เย้เย้
 
 
จากบริเวณนี้เราจะเห็นวิวแม่น้ำโขงแบบนี้ค่ะ อ่านจากหนังสือเค้าบอกว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงกับแม่น้ำเหืองมาบรรจบกัน ในฤดูน้ำหลากจะเห็นเป็นแม่น้ำสองสีเหมือนที่โขงเจียม
 
 
ตระเวนเที่ยววัดกันเกือบเย็นแล้วก็ได้เวลาเข้าที่พักในเมืองเชียงคานค่ะ เราพักที่ "เฮือนไม้ศรีเชียงคาน" สาขา2 อยู่ถนนศรีเชียงคาน ซอย 5 เป็นบ้านไม้เก่าแก่ (มั่กๆ) ได้บรรยากาศเชียงค้าน เชียงคาน
บ้านนี้ เจ้าของเดียวกับร้านข้าวเปียก ซอย 10 ค่ะ ใครสนใจก็หาเบอร์กันเองนะคะ เดี๋ยวจะเป็นการโฆษณาเกินไปหน่อย ;)
 
บ้านนี้เราเหมาทั้งหลัง ถ้าจำไม่ผิด ก็ราคา 2,500 บาทต่อคืน มี 5 ห้องนอน ห้องใหญ่ห้องนึงนอนได้ 4 คน
ห้องอื่นๆนอนได้ 2 คน เนื่องจากห้องมีมากกว่าจำนวนคน พวกเราเลยเหลือห้องชั้นล่างไว้เปล่าๆ
 
ที่บ้านไม่มีทีวี ไม่มีแอร์นะคะ แต่มีห้องน้ำ 3 ห้อง ก็ถือว่าสะดวกตามควรค่ะ แต่ไม่ได้สบายเท่าโรงแรม
 
เรียกว่ามาพักให้ได้บรรยากาศชีวิตชาวเมืองโบราณกันจริงๆเลย
 
อ่อ ถ้าใครจะมาบ้าง เค้าก็แบ่งห้องให้พักได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเหมาทั้งหลังแบบพวกเรา แต่แบบว่าต้องการความเป็นส่วนตัว เหมาเลยก็ดีกว่า
 
หลังจากเก็บของเข้าที่พักเสร็จเราก็จัดการเช่าจักรยานจากเจ้าของบ้าน ร้านข้าวเปียกนั่นล่ะค่ะ เค้ามีบริการให้เช่า ราคาคันละ 50 บาทต่อวัน ใช้เป็นพาหนะในการชมเมืองได้ดีทีเดียว
 
ตอนนี้ก็เย็นใกล้มืดแล้ว ไปชมวิวริมโขงกับแสงสุดท้ายของวัน ;)
 
 
 
ต่อไปเราจะไปเดินกันที่ถนนคนเดิน อีกหนึ่งไฮไลท์ในการมาเที่ยวเชียงคานครั้งนี้ ติตตามได้ตอนต่อไป
 
ที่นี่ "เลย" ค่ะ Smile
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ว้าว...อิจฉาตามเคย(เป็นนางอิจฉาตาหลอด555)
บ้านเรือนไทย มีเสาตกน้ำมันด้วยรึเปล่าคะ ฮี่ๆๆ

เอารูปภูทอกมาฝากค่ะ
http://zuni67.exteen.com/20090408/entry
sad smile open-mounthed smile

#11 By Zuni on 2011-01-19 17:43

สวยมากเลยค่ะconfused smile
#7 ตอนต่อไป เชิญชมได้แล้วค่า

แบบว่าวันเดียว อัพ 2 เอนทรี่ติดๆเลย หุหุ

#9 By Aoy+ on 2011-01-16 23:05

#6 คุณ New York คะ วิธีเดินทางไปถึงเชียงคานมีหลายทางมากค่ะ ไม่จำเป็นต้องนั่งรถตู้แบบนี้ก็ได้ค่ะ สามารถไปถึงได้ทั้งรถไฟ และเครื่องบิน แต่ว่าจะไม่ถึงเมืองโดยตรงนะคะ
ถ้านั่งรถไฟ ก็ต้องไปลงที่อุดรหรือหนองคายก่อนจะนั่งรถโดยสารต่อมาถึงจังหวัดเลยอีกทีค่ะ

ส่วนทางเครื่องบิน มีเที่ยวบินกรุงเทพ -อุดรธานี จากนั้นนั่งรถต่อไปจังหวัดเลยอีกประมาณ 140 กม. น่าจะประหยัดเวลาได้มากอยู่เหมือนกันนะคะ double wink

#8 By Aoy+ on 2011-01-16 23:01

รูปสวยมากมาย บรรยากาศก็น่าเที่ยวมากๆ เลยค่ะ^^

ยังไม่เคยไปทริปไกลๆ เลยค่ะ เนื่องจากเวลาไม่ค่อยมี แอบมีปัญหาเรื่องนั่งรถนานกระดูกไม่ดีด้วยangry smile

แอบอิจฉา อยากไปสูดอากาศยามเช้าชมหมอกฟุ้งๆ พร้อมนาทีที่โลกหยุดนิ่งแบบนี้บ้างcry

รอชมตอนต่อไปนะคะ^^

#7 By fiothiel on 2011-01-16 22:54

สวยมากเลยน่าเที่ยวจัง แต่นั่งรถสิบช.ม เห็นจะต้องยอมแพ้ก่อนล่ะค่ะsad smile ถ้ากลับไปเที่ยวเมืองไทยคราวหน้าจะขอไปเก็บเที่ยวตามต่างจังหวัดใกล้ๆก่อนบ้าง ว่าแต่ว่าที่นี่มีรถไฟไปถึงหรือเปล่าคะ นั่งรถไฟตู้นอนไปก็น่าจะสนุกเหมือนกันนะคะ
จะตามมาดูตอนต่อไปค่ะconfused smile

#6 By newyork on 2011-01-16 21:42

เต็มที่ที่สุดเลยค่ะพี่ออย
สายหมอกเหมือนแม่น้ำกั้นระหว่างภูเขาเลย
สวยๆ big smile

#5 By [ANA]* on 2011-01-16 21:21

ชอบรูปถ่ายทุกรูปเลยconfused smile

#4 By Live a Live on 2011-01-16 21:17

อ่า เพิ่งรู้ว่ารูปไม่ออกหน้า blog
กลับไปแก้ settings ของรูปแล้วค่ะว่าให้เป็น public
ตอนนี้น่าจะดูได้แล้วนะคะ surprised smile

#3 By Aoy+ on 2011-01-16 20:49

ทำไมผมดูภาพไม่ได้อะ

#2 By Writer-Akira on 2011-01-16 18:20

น่าสนุก อยากดูภาพนะconfused smile

#1 By peewa 丕娃 on 2011-01-16 13:00