วันนี้ไปบริจาคเลือดมาค่ะ มีรถจากสภากาชาดไทยมารับบริจาคที่ตึกใกล้ๆ office

รู้ข่าวมาหลายสัปดาห์แล้ว เลยเตรียมตัวล่วงหน้าตามคำแนะนำที่เค้าบอกก่อนบริจาคเลือด อาทิเช่น

พักผ่อนให้เพียงพอ

ดื่มน้ำเยอะๆ

ทานอาหารมาก่อน

ฯลฯ

 

ทำตามทุกอย่างเลย แต่ก็เกิดอาการเป็นลมจนได้

 

ครั้งแรกในชีวิตที่บริจาคเลือด และครั้งแรกในชีวิตที่เป็นลม !!

 

ตอนแรกก็นึกว่าจะไม่เป็นอะไร ยื่นแขนให้เค้าสูบเลือดอย่างสบายใจ ชิลๆ

ผ่านไป 5 นาที ก็ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย ยังนึกอยู่ว่า ดีจัง ทำไมสบายขนาดนี้ ไม่เห็นจะมีอาการอะไรเลย

เข็มที่จิ้มแขนก็ไม่รู้สึกเจ็บอะไร มดกัดยังเจ็บกว่า

ลั้ลลา ลั้ลลา อยู่ดีๆ...วูบบบบบบ

เอ๊ะ ทำไมอยู่ดีๆ ภาพที่เราเห็นมันกลายเป็นสีขาวมัวๆ อย่างกะภาพเบลอ

เสียงรอบข้างที่ได้ยินเมื่อกี้ เบาลงๆเหมือนหรี่เสียงวิทยุยังไงยังงั้น

แต่ก็ไม่ถึงกับหมดสติไปนะ ยังรู้ตัวทุกอย่าง

รู้สึกหัวใจเต้นอ่อน คงเป็นอาการใจสั่น

นึกในตอนนั้นว่า เอาล่ะหว่า จะตายเพราะบริจาคเลือดไม๊เนี่ยเรา

อีกใจก็คิดว่า แค่นี้เอง ไม่ตายหรอก

 

อาการที่ว่าเกิดขึ้นอยู่ประมาณ 1 นาที

พยาบาลเห็นเราแล้วรีบเอาแอมโมเนียมาให้ดม แล้วก็ให้ดื่มน้ำหวาน ค่อยดีขึ้น

รอดตายแล้วเรา - -'

พยาบาลมีแซวว่าหน้าขาวอย่างกะใช้ whitening

ท่าทางหน้าเราจะซีดเป็นกระดาษไปเลยตอนนั้น แต่ก็ไม่มีใครเอากระจกมาให้ส่องหรอกนะ   

พอหายจากการเป็นลม เลือดเลยไม่ค่อยไหล พยาบาลต้องมาบีบนวดแขนเราเพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

ทำให้เราได้รู้อีกอย่างนึง คือคำว่า "ขูดเลือดปู" นี่มันเป็นยังไง ;P

พยาบาลบอกว่า ถ้าเลือดไม่ได้ปริมาณตามกำหนด ก็จะต้องทิ้งเลือดที่ออกมาแล้วไปหมด น่าเสียดาย

กรรมวิธีขูดเลือดปูจึงดำเนินต่อไป กระทั่งได้เลือดเต็มถุง

 

แต่เรื่องก็ยังไม่จบแค่นี้

เลือดเต็มถุงแล้ว ไม่พอ เค้ายังต้องเอาเลือดใส่หลอดเล็กๆเพื่อนำไปตรวจอีกต่างหาก

ไม่อย่างนั้นเลือดที่เราให้ไปนี่ก็จะใช้ไม่ได้อีก (เพิ่งรู้ว่าขั้นตอนกว่าที่จะเอาเลือดไปใช้ได้จริงๆนี่มันเยอะจัง)

เลยต้องดูดเลือดออกจากตัวเราอีกครั้ง

แต่แขนเดิม เลือดไม่ออกซะแล้ว เลยถูกเจาะแขนอีกข้าง (ซึ่งคนทั่วไปเค้าเจาะข้างเดียวก็พอแล้ว)

เลือดก็ดันไม่ค่อยจะไหลอีก พยาบาลบอกว่าเส้นเลือดแบน (เป็นไงก็ไม่รู้สิ)

แล้วก็ถามเราว่านอนน้อยหรือเปล่า นอนกี่โมง กลัวหรือเปล่า ฯลฯ

เค้าก็เปรยๆว่า มันต้องมีสาเหตุสิว่าทำไมถึงเป็นลม

เอ้อ เราก็อยากรู้เหมือนกันแหละนะ

ถามมา เราก็ตอบไป แต่คุณพยาบาลก็ไม่ได้ตอบฟันธงอะไรมา

เราเลยตั้งข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นลมเพราะนอนน้อย (นอน 7 ชั่วโมงนี่มันน้อยไปหรือไงนะเนี่ย - -')

 

โดนสูบเลือดไปอีกแขนนึง แต่เนื่องจากเลือดไม่ค่อยออก พยาบาลเค้าก็คุยกันว่า

 "แค่นี้พอแล้วใช่ไม๊ ไม่ไหว เลือดไม่ค่อยออกเลย" ว่าแล้ว คุณพยาบาลก็ยุติการสูบเลือดเราแต่เพียงเท่านั้น

นึกในใจว่า เอ่อ ตกลงว่าเลือดนี่พอใช้ตรวจรึเปล่าเนี่ย

ถ้าไม่พอ แล้วต้องทิ้งเลือดที่ดิฉันถูกสูบไปทั้งถุงนั่นล่ะก้อ ฮึ่มๆ

เอาเถอะ ถือว่าให้ไปแล้ว จะมานั่งกังวลใจก็เป็นการวิตกจริตเกินเหตุ แค่สงสัยเท่านั้นแหละ

 

ประสบการ์ณบริจาคเลือดครั้งแรกในชีวิต ประทับใจดีจริง

เพื่อนที่ไปด้วยกันบอกว่าคงจะบริจาคครั้งแรกและครั้งเดียวล่ะสิเนี่ย

เลยตอบไป..ใครว่าล่ะ ต้องมีครั้งต่อไปสิ คราวนี้จะนอนมาให้เยอะๆเลย จะได้พิสูจน์ว่าตกลงที่เป็นลมนี่เพราะอะไรแน่

 

ที่มาพรรณาให้ฟังอยู่นี่ ไม่ได้จะให้กลัวการบริจาคเลือดหรอกค่ะ แค่อยากให้เตรียมตัวมาดีๆก่อนบริจาคเท่านั้น

 

บริจาคแล้วก็รู้สึกดี รู้สึกว่าได้ใช้ร่ายกายให้มีประโยชน์ต่อผู้อื่นได้อีกทางหนึ่ง

คนที่จะบริจาคเลือดได้ต้องมีสุขภาพแข็งแรง เลยคิดว่าควรดูแลตัวเองดีๆ

ถ้าเราแข็งแรง เราก็สามารถช่วยคนอื่นได้ด้วย

 

สุดท้ายนี้ขอเอาวิธีการเตรียมตัวก่อน-หลังการบริจาคเลือดมาฝากกันค่ะ จาก web ของสภากาชาดไทย

 

การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต

-นอนหลับให้เพียงพอในคืนก่อนวันบริจาค

-รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กเพิ่ม

-รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้

- ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณโลหิตในร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

-งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาค

-งดสูบบุหรี่ ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี

 

ขณะบริจาคโลหิต

-สวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว

-เลือกแขนข้างที่เส้นโลหิตดำใหญ่ชัดเจน ที่สามารถให้โลหิตไหลลงถุงได้ดี ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะ ไม่มีผื่นคัน หรือรอยเขียวช้ำ ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า

-ทำตัวตามสบาย อย่ากลัว หรือวิตกกังวล

-ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมขณะบริจาคโลหิต

-ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โลหิตไหลได้สะดวก หากมีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น วิงเวียน มีอาการคล้ายจะเป็นลม อาการชา อาการเจ็บที่ผิดปกติ ต้องรีบแจ้งให้พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นทราบทันที

-หลังบริจาคโลหิตเสร็จเรียบร้อย ห้ามลุกทันที ให้นอนพักสักครู่จนกระทั่งรู้สึกสบายดี จึงลุกไปดื่มน้ำ และรับประทานอาหารว่างที่จัดไว้รับรอง

 

หลังบริจาคโลหิต

-ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา 1-2 วัน

-หลีกเลี่ยงการทำซาวน่า หรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ งดใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ รวมถึงการหิ้วของหนักๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ภายหลังการบริจาคโลหิต

-ถ้ามีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกผิดปกติ ให้รีบนั่งก้มศีรษะต่ำระหว่างเข่า หรือนอนราบยกเท้าสูงจนกระทั่งมีอาการปกติจึงลุกขึ้น และเดินทางกลับ ป้องกันอุบัติเหตุจากการล้ม

-ถ้ามีโลหิตซึมออกมาจากรอยผ้าปิดแผล อย่าตกใจ ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านหนึ่งกดลงบนผ้าก๊อส กดให้แน่นและยกแขนสูงไว้ประมาณ 3-5 นาที หากยังไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคโลหิตเพื่อพบแพทย์หรือพยาบาล

-ผู้บริจาคโลหิตที่ทำงานปีนป่ายที่สูง หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ควรหยุดพัก 1 วัน

-รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละอย่างน้อย 1 เม็ด จนหมด เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก

 

.........................................................................................................................................

 

ขอตัวไปปฎิบัติตามวิธีที่เค้าแนะนำก่อนนะคะ

 

Comment

Comment:

Tweet

question question question question question

#16 By (1.46.168.221|1.46.168.221) on 2015-07-03 02:50

บริจาคครั้งแรก เราก็เป็นลม แล้วก็ไม่ได้เลือดสำหรับเอาไปตรวจ แต่พยาบาลเค้าไม่เจาะเพิ่ม เค้าบอกว่าจะเทออกมาตรวจ แล้วว่าเลือดนำไปใช้ได้ถึงจะไม่ถึงก็ตาม
พอมาอ่านบอร์ดคุณแล้วเสียใจ ถ้าหากว่าจะใ้ช้ไม่ได้จริงๆ

เพิ่งเคยเป็นลมครั้งแรกเหมือนกัน เหมือนคลื่นใส้ แล้วก็หลับไปเลย อิอิ

#15 By ่jacky (14.207.223.19) on 2011-12-11 14:47

บางที่ก็เกี่ยวกับน้ำหนักตัวด้วยนะโอกาสหน้ามืดเกิดกับคนน้ำหนักตัวน้อยได้นะ แล้วถ้าอยากให้เลือดไหลคล่องๆต้องดื่มน้ำก่อนบริจาคมากๆ

#14 By audytoto (202.151.6.29) on 2010-11-24 15:45

คุณเก๋ เคสเดียวกันมากๆเลยค่ะ
สงสัยเป็นเพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเลยเป็นลม น่าจะจริงนะคะ
รู้สึกดีจริงๆล่ะค่ะ หลังจากบริจาคไปแล้ว big smile

#13 By Aoy+ on 2010-05-17 22:58

อิอิ แอบขำเจ้าของบล๊อคนะคะ ... อันที่จริงที่มาเจอบล๊อคนี้ เพราะพยายามจะหาสาเหตุว่าทำไมเราเป็นลม ฮาฮาฮา .... แหมมม เคสเดียวกันเลยยย ครั้งแรกในชีวิตที่บริจาคเลือด และเป็นลม ^^!เหมือนกันเยยยย

แต่ว่า.. ของเราเนี่ย เดิมทีเป็นคนกลัวเข็มและเลือดมากๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่สาเหตุที่ทำให้เราตัดสินใจไปบริจาคก็เพราะว่า สามีเราเป็นทหารและกำลังปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์ชุมนุมเสื้อแดงอยู่... เราก็เลยอยากบริจาคเลือดเพราะไม่รู้จะเกิดไรขึ้นบ้าง สามีเราอาจจะพลาดท่าเสียที หรืออาจจะไปทำร้ายใครโดยไม่ได้เจตนารึป่าว เราก็ไม่รุ้ ... เลือดเราอาจจะย้อนกลับไปช่วยใครสักคนได้บ้าง เราหวังแบบน้าน เลยแอบไปบริจาคเลือดมาวันนี้ที่ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะล่ะ.... เราเตรียมตัวไปดีทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องนอนดึก ห้าทุ่มครึ่ง แต่ตื่นแปดโมงเช้าอ่า... แปลกนะ อารมณ์กลัวเข็มกลัวเลือดหายไปไหนไม่รู้ อาจเป็นเพราะเราแน่วแน่มากๆ ไม่มีสั่น ^^... ตอนเจาะเข็ม เจ็บน้อยกว่าที่คิดมากๆๆเลยนะคะ เพื่อนที่ไปด้วยบอกว่า เลือดเราพุ่งไหลไปตามสายยางไวมากๆ ไม่ถึงนาที เลือดครึ่งถุงไปแล้ว.. และอีกแป๊ปก็เต็มถุงเลย ใช้เวลาไม่เกินห้านาที เสร็จแย้ว open-mounthed smile แต่ตอนดึงเข็มออกนี่สิ โอ้วววววววป๊ะเจ้า ทั้งเจ็บทั้งปวดอ่าเน๊อะ เจ้าหน้าที่โทษว่าเราเกร็งแขนหนี เลยเจ็บ..งือออ เราว่าเราป่าวน๊า sad smile นอนบนเตียงสักพัก เค้าก็ให้เราลุก โอ้ววววว สบายมาก ไม่รุ้สึกอะไร สบายๆ ย้ายจากเตียงมานั่งกดบีบี ส่งรูปไปให้เพื่อนๆดูสองสามคนได้ ^^ ...... แต่พอลุกขึ้นเท่าน้านล่ะ โอ้วววโหหหห เหงื่อแตกซิกๆ หายใจไม่ค่อยออก คลื่นไส้ จะอาเจียน วูบๆ ตัวเหวี่ยงๆ แล้วก็ดาวระยิบเยยย มืดวูบบบบ อิอิ แล้วก็รู้สึกโดนคนมารุมสองสามคน จับพาไปนอน แอมโมเนียแทบโป๊ะจมูก ... แย่เลยยย หมดสภาพเลย sad smile นอนพักราว ๆยี่สิบนาที ลุกขึ้นมานั่งอีกราวๆ สิบนาที ค่อยยังชั่ว ^^ .... เราโดนไปถุงใหญ่เลย รู้มาตอนหลังว่า 450cc cry ครั้งแรกก็เอาเลือดเราไปถุงเป้งเยยยยยย น้ำหนักเรา 53 ....

เราเลยมาสันนิฐานเองว่า อาจเป็นเพราะว่า เราเสียเลือดเร็วไป ในปริมาณที่ไม่น้อย (ได้ข่าวว่าเต็มสตีมแล้ว 450 เนี่ย sad smile ) เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน เลยวูบ question แต่เคสเรายังดึกว่าเคสเจ้าของบล๊อคนะคะ เคสขูดเลือดกะปูนี่ไม่ไหวๆๆ เราตายเพราะใจเสาะไปก่อนแย้ว sad smile

รุ้สึกดีเน๊อะ หลังบริจาคอ่าค่ะ ไว้อีกสามเดือนจะไปบริจาคอีก ..คืดแล้วก็อายจังเป็นลม ดีนะ!! เราไม่เป็นลมตอนไอทีวีมาทำข่าว อายแย่เลย sad smile

#12 By เก๋ (125.25.14.151) on 2010-05-17 22:38

เมื่อวานหนูก็ไปบริจาคมา ที่จตุจักร ครั้งแรกเลยอ่ะค่ะ
อาการก็โอเค แต่พอเลือดจะเต็มถุง หูเริ่มอื้อ ตาเริ่มลาย
เรียกหาแอมโมเนียด่วน

จากนั้นก็อ้วก 555+

สรุปว่าให้เลือดไปแค่ 15 นาที แต่เป็นลมไปอีกชั่วโมงนึง
ดีที่ว่าเป็นตอนให้เลือดเสร็จแล้วsad smile

#11 By น้องเพื่อน (202.176.128.188) on 2010-05-09 11:18

เล่นน้ำกันดีกว่าขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ confused smile question

#10 By Zuni on 2010-04-12 18:02

ยังไม่เคยบริจาคเลือดเหมือนกันค่ะ sad smile

กลัวๆ เจ็บ

อยากลองดูเหมือนกันค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่า จะเป็นลมครั้งแรก ในการบริจาคเลือดครั้งแรกเหมือนคุณอ๋อยไหมน๋อ T^T

ขอบคุณสำหรับความรู้ด้วยนะคะ : )

#9 By a1 on 2010-04-09 03:47

อ่อค่ะ พอจะเข้าใจบ้างแล้ว sad smile ขอบคุณที่มาตอบนะคะ double wink

#8 By Aoy+ on 2010-04-02 22:39

มันแฝงอยู่ไงคะ ถ่ายทอดทางพันธุกรรมน่ะ
พอดีคงกินแต่ของแซ่บ ไม่ค่อยมีประโยชน์
เลยเจอความผิดปกติของเม็ดเลือดชัดเจน555
โชคดีแค่แบบแฝง ไม่ได้เป็นซะเต็มๆ ไม่งั้นคงแย่sad smile question

#7 By Zuni on 2010-04-02 17:45

#1 ใช่ค่ะ ถ้านอนไม่พอก็จะมีอาการเลือดลอย บริจาคไม่ได้ เลยสงสัยตัวเองว่าสาเหตุเป็นลมนี่จะเกี่ยวกับนอนไม่พอเหรอ เพราะเลือดก็ไม่ลอย ผ่านขั้นตอนการตรวจทุกอย่างทำให้สามารถบริจาคได้น่ะค่ะ

#2 ตั้งใจว่าจะมีคราวหน้าแน่นอนค่ะ แต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
question

#3 โอ้โห คุณบี สุดยอดเลยค่ะ บริจาคได้ทุก 3 เดือน แสดงว่าสุขภาพดีสม่ำเสมอนะคะเนี่ย double wink

#4 ก็ตื่นเต้นนิดหน่อยจริงๆอ่ะค่ะ ^^'

#5 ไม่เห็นเจ็บเลยอ่ะค่ะคุณสุ ที่ไปบริจาคเลือดมา สงสัยว่าโชคดีเจอพยาบาลมือเบามั๊งคะ ตอนโดนเจาะเลือด ไม่รู้สึกเจ็บเท่าไหร่เลย อย่างที่บอกน่ะค่ะ ว่ามดกัดยังเจ็บกว่า confused smile ว่าแต่ธาลัซซีเมีย อยู่ดีๆก็เป็นได้เหรอคะเนี่ย embarrassed

#6 By Aoy+ on 2010-04-02 00:02

5555ถึงกับเป็นลมเลยเชียว พยาบาลท่าจะเย็นสบายไปเนอะ แต่เป็นได้นะว่าจากภาวะตื่นเต้นน่ะ
อยากบริจาคมากแต่กลัวเจ็บ ถ้าไม่เจ็บจะดีมากหุๆๆๆ

แต่....ก็ได็ลองมา 2 ครั้งแล้ว ไงก็เจ็บอ่ะ555
ครั้งแรกวันเกิดเพื่อนมันเลยชวนไปร่วมทำบุญ อยากลองมากกว่าทำบุญร่วมกับมัน555 ครั้งแรกได้ยาชา1เข็มจิ๋ว ตามด้วยเข็มจริงรูเบอ้เร่อ เจ็บพอทนด้าย..ย

ครั้ง 2ลองวิธีใหม่ ได้สเปรย์พ่นให้ชา แต่...ยาชาบ้าไรเนี่ย..เหมือนแทงเข็มสด ไม่เห็นชาเลย ฮือๆๆๆ

ครั้งที่ 3 และต่อๆไปอด เนื่องจากพบว่าเป็นธาลัสซีเมียแฝง555 เม็ดเลือดไร้คุณภาพ ชาติไม่ต้องการน่ะ

แต่ช่วงมองเลือดไหลลงถุงเนี่ย มันภูมิใจมั่กๆๆๆๆ
แอบคิดนินึง ใครนะจะโชคดี(รึเปล่า)ได้เลือดบ้าบอของเราไปปนๆในตัว55555confused smile question
ปล. เดี๋ยวนี้เค้าไม่มีตัวช่วยแล้ว เปลืองงบ เลยเจอ
แทงเข็มแบบสดๆ เสมอภาคดี5555 อย่าลืมลอง
ใหม่นะคะ เผื่อจะไม่มีอาการอื่นแทรกค่ะ question

#5 By Zuni on 2010-03-31 16:22

เป็นการบริจาคเลือดที่ตื่นเต้นหน่อยๆ นะคะเนี๊ยะ..ยินดีด้วยคะที่บริจาคได้สำเร็จตามขั้นตอน ^^

มาอ่านเอนทรีนี้แล้ว..ว๊ากกกส์ ข้าพเจ้าไม่ได้บริจาคเลือดมานานแค่ไหนแล้วเนี๊ยะ..

แม้จะเคยบริจาคมาแล้ว พอนึกถึงก็แอบเสียวนิดส์เหมือนกัน sad smile

#4 By [MV] biZKit on 2010-03-31 14:57

บีบริจาคเป็นประจำทุก 3 เดือนเลย
แขนเป็นรูพรุนไปหมด แต่ภูมิใจ

ยังไม่เคยเจอกรณีเลือดไม่ออกเหมือนคุณอ๋อยเลย
เคยแต่เจอเลือดจาง ออกมาเป็นสีชมพูบางจ๋อย
บริจาคไม่ได้ เสียใจ อุตส่าห์ไป คราวหลังก่อนไป
เลยโด๊บอาหารดี ๆ ล่วงหน้าไป 1 เดือน
อ้วนท้วนกันเลยทีเดียว confused smile

#3 By Bxjapan on 2010-03-31 10:30

บริจาค ครั้งแรกดีเลยครับ
ขอให้ได้มีโอกาส บริจาคได้อย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆนะครับ

นี้ก็อยากบริจาคเหมือนกัน ปกติก็อยากบริจาคอย่างน้อยทุก 3 เดือนไปตลอดชีวิตถ้ามีโอกาส

แต่นี้ไม่ได้บริจาคมาปีกว่าแล้ววว
เพราะหมอบอกว่า พักผ่อนน้อยไม่แนะนำให้บริจาค
TWT

#2 By xxvorachaixx on 2010-03-31 04:28

เคยจะไปบริจาค แต่พอตรวจแล้วมะไ้ด้อะ
นอนมะพอเลือดมันลอยอะ

#1 By __ลิงย้วย__ on 2010-03-30 23:30