ต่อจากตอนที่แล้ว http://aoynaja.exteen.com/20091017/entry

ก็มาถึงตอนสุดท้ายของทริปเป่ยจิงหรือปักกิ่งกันแล้ว

กว่าจะเขียน blog ทริปนี้จบก็ใช้เวลาเกือบเดือนนึงเลยนะเนี่ย  

ก็เขียนๆ หยุดๆ ไปทำการทำงานทำอย่างอื่นอะไรต่ออะไรกันบ้าง..นะ

ในการเขียนเรื่องราวทริปนี้ ก็ต้องขอบคุณข้อมูลต่างๆที่นำมาใช้อ้างอิงด้วยค่ะ หลักๆก็คือ

>> หนังสือ"เที่ยวไม่ง้อทัวร์ ตีตั๋วตะลุยปักกิ่ง" (แต่เราเที่ยวแบบไปกะทัวร์นะ)

>> กำหนดการเดินทางจากบริษัททัวร์

>> ไกด์ทัวร์เล่าให้ฟัง

>> ประสบการณ์ ความรู้สึก ความคิดเห็นที่มาจากตัวเอง

เรื่องราววันสุดท้ายจะเป็นอย่างไรบ้าง ไปเที่ยวไหน ตามไปดูกันค่ะ

------------------->

ตอนเช้าวันนี้ ระหว่างรอ check out จากโรงแรม ก็ออกมาถ่ายรูปบริเวณหน้าโรงแรม

เห็นพระอาทิตย์อยู่ไกลๆ เลยถ่ายรูปพระอาทิตย์(ที่)เมืองจีนมาดีกว่า

แล้วก็ไปเดินเล่นชมดอกไม้หน้าโรงแรม ไม่รู้ดอกอะไรชื่ออะไรบ้าง 

อย่างดอกนี้ ไม่แน่ใจว่าใช่ดอกโบตั๋นหรือเปล่านะ

ใครทราบก็บอกด้วยละกันค่ะ ^^'

ดูกันต่อดีกว่า

ส่วนดอกนี้ มั่นใจว่าเป็นกุหลาบแน่นอน  ดอกใหญ่มากกก แดงมั่กๆ

เดินชมได้แป๊บนึง ก็ได้เวลาเดินทางไปประตูชัยหรือประดูเมืองของปักกิ่งนั่นเอง

ตอนรถผ่านหน้าประตูชัย สวยดีค่ะ แต่เสียดายรถไม่ได้จอดให้ถ่ายรูปบริเวณด้านหน้า ไปถึงเค้าก็พาเข้าไปข้างในเลย

เดินผ่านประตูนี้ไปก่อนค่ะ

 

แล้วก็ขึ้นบันไดนี้ไป

ก็จะเจอป้อมปราการ

ซูมขึ้นไปบนหลังคา จะเห็นรูปปั้นสัตว์ต่างๆที่ถือกันว่าเป็นลูกมังกร มีชื่อต่างๆกันไป เค้าว่ากันว่า ถ้าที่ไหนมีครบ 9 ตัว แสดงว่าที่นั่นเป็นสถานที่สำคัญมากเช่นพระราชวัง เพิ่งมารู้ตอนหลังอ่ะค่ะ เลยพลาดที่จะถ่ายมาให้ครบตอนที่ไปเที่ยวพระราชวังกู้กง ส่วนที่นี่ มีไม่ครบค่ะ แต่ก็ถือว่าเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง เพราะในสมัยโบราณ เวลาที่ทหารจะออกรบ จักรพรรดิจะมาที่ประตูชัยนี้เพื่อเป็นการเรียกขวัญและกำลังใจให้ทหาร

 

ข้างในป้อม จะเป็นพิพิธภัณฑ์ปี่เซี๊ย และมีปี่เซี๊ยโบราณสมัยราชวงศ์หมิงตั้งอยู่

ปี่เซี้ยเป็นสัตว์มงคลที่คนจีนเชื่อว่าจะนำเงินทองและโชคลาภให้เจ้าของ จะดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามา และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกไป

ด้านในป้อม เค้าก็จะมีคนมาบรรยายความเป็นมา ลักษณะของปี่เซี้ยต่างๆ แล้วก็มีจัดให้เราได้ลูบปี่เซี้ย เพื่อเป็นมงคลและโชคดี ทุกคนในทัวร์ก็ไม่พลาดที่จะลูบเจ้าตัวนี้กันล่ะค่ะ  

ตัวที่ลูบนี่ ใหญ่โตทีเดียว เสียดายเค้าไม่ให้ถ่ายรูปน่ะค่ะ เลยไม่มีรูปมาให้ชมกัน

หลังจากนั้น ก็มีให้เช่าปี่เซี๊ย (พูดง่ายๆคือขาย)

ก็มีหลายขนาดค่ะ ทั้งแบบตั้งโต๊ะ ตั้งพื้น หรือแบบเล็กๆเอาไว้ห้อยคอ ห้อยกระเป๋า 

เค้าว่ายิ่งตัวใหญ่ ยิ่งดี (แน่นอนว่า ยิ่งใหญ่ ยิ่งราคาสูงตามไปด้วย)

เราไม่ได้เชื่อมากนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อเลย (หลังจากฟังไกด์เล่าประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการมีปี่เซี่ย แล้วโชคลาภต่างๆก็เข้ามาจริงๆ) ประมาณว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ฟังหูไว้หู เราเลยเช่ามา 1 ตัว เป็นการพิสูจน์ แต่ก็ซื้อมาขนาดเล็กสุด เพราะตัวนิดเดียวแค่นี้ ก็หลายพันแล้ว

เอามาโชว์ตัวหน่อย เจ้าปี่เซี้ยตัวน้อยของเรา  เป็นแบบห้อยคอค่ะ แต่เราไม่ได้เอามาห้อย วางตั้งไว้ในตู้แทน

 หลังออกจากประตูชัยกันแล้ว ก็ไปกันต่อที่สนามกีฬาโอลิมปิก ที่จีนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเมื่อปีก่อน

สนามนี้รู้จักกันดีในนาม "Bird's nest"หรือสนามกีฬารังนก ด้วยหน้าตาคล้ายรังนก แต่ทางไกด์เล่าว่า จริงๆแล้วทางจีนเค้าสร้างให้เหมือนเป็นก้อนตำลึงเงิน แต่คนต่างชาติกลับมองว่าเป็นรังนกไปซะนี่

อ่ะ จะเหมือนอะไร ก็แล้วแต่จะจินตนาการกันไปละกันเนอะ

วันนี้อากาศไม่ดี เหมือนฝนใกล้จะตก อย่างในรูปต่อไปนี้ สังเกตุตึกด้านหลังค่ะ เป็นตึกเดียวกับที่เรานั่งรถผ่านเมื่อวานนี้ (โรงแรมเจ็ดดาว) ถ้ากลับไปดูตอนที่แล้ว จะเห็นตึกเดียวกันนี้ แต่ว่าสีท้องฟ้านี่ผิดกันเลย

แต่นอกจากตึกแล้ว สิ่งที่น่าสงสัยในรูปนี้ก็คือ คนในรูปเค้าเป็นคนเวียดนามรึเปล่าน๊า

ดูบรรยากาศรอบๆแถวสนามกันบ้าง เราดูได้แต่ด้านนอกสนามค่ะ ไม่ได้เข้าไปดูด้านในสนาม เพราะไม่มีเวลาพอ

ไฟตามทาง อลังการมากๆ

ทางเดินที่ไกลออกไปจากสนาม กว้างขวาง ดูเวิ้งว้างมากๆเลย

ได้เวลาขึ้นรถ ไปสนามบินแล้วค่ะ

ระหว่างทางนั่งรถ ถ่ายรูปตรงซุ้มด่านทางด่วนมาสักหน่อย ดูจีนแต๊ แต๊ น่อ

แล้วเราก็มาถึงสนามบินกันแล้ว

ร้าน duty free ส่วนที่ขายของพวกของที่ระลึกนี่ ราคาแพงกว่าข้างนอกหลายเท่าเลยอ่ะค่ะ

อาหารมื้อสุดท้าย ก็เป็น KFC อีกแว้ว (ทั้งขามา และขากลับเลย)

ทางทัวร์ซื้อ KFC ให้ทาน แต่ไม่มีน้ำให้ด้วยอ่ะ - -'

ดีนะ ที่สนามบินเค้ามีบริการน้ำดื่มฟรีด้วย ไม่เคยเห็นที่สนามบินอื่นมาก่อนเลย

เครื่องบิน delay อ่ะ ร่วม 2 ชั่วโมง ก็นั่งรอ นอนรอกันไป

แอบเห็นเสาเค้าไม่ธรรมดานะเนี่ย มีตกแต่งด้วยดอกไม้ สวยดี ^^

แล้วในที่สุด เครื่องบินก็มาถึงซะที เฮ้อออ

ลำนี้แหละค่ะที่เรานั่งกลับกรุงเทพ

ขึ้นเครื่องบินแล้ว หยิบนิตยสารบนเครื่องมาจะดูช่องรายการเพลง ก็พบตัวอักษรแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน (จริงๆก็ดูเล่มนี้ตั้งแต่ตอนมาแล้ว แต่เพิ่งสังเกตุเห็นตัวอักษรแบบนี้)

แปลกดีอ่ะ น่าจะเป็นตัวอักษรของประเทศศรีลังกานี่แหละนะ (ที่อยู่ด้านขวามือของภาษาอังกฤษน่ะค่ะ) รูปทรงอักษรเค้าดูกลมๆ ม้วนๆ บางตัวก็เหมือนเลขหนึ่งของไทย บางตัวก็เหมือนส้ม เหมือนแอ๊ปเปิ้ลอ่ะ น่ารักดี

ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงเมืองไทย

มาถึงบรรทัดนี้ ก็เป็นอันจบทริปเมืองจีนแต่เพียงเท่านี้ล่ะค่ะ

ส่วนทริปต่อไป จะเป็นที่ไหนนั้น ยังไม่บอก หุหุ แต่ขอบอกว่าเป็นที่ที่ใฝ่ฝันมานานแล้วว่าอยากไปที่สุดในโลก

ถ้าไม่มีเหตุขัดข้องประการใด คงได้ไปภายในเดือนหน้านี่แหละค่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet

ดอกไม้สวยมาก

http://ntpintertravel.com/ทัวร์ปักกิ่ง.html

#7 By thaiseo-corner on 2011-04-30 01:57

อืม...จะค่อยๆทยอยมาอ่านให้จบทัวร์จีน ตอนนี้ขอลักไก่ อ่านตอนจบก่อน...คิกๆๆๆ(ชอบทำประจำ)big smile sad smile

#6 By chinese-lovers on 2010-01-07 09:34

รูปสวยจังค่ะ อิอิ

big smile

#5 By ღ。Nahmfonღ。 on 2009-10-30 14:34

เมืองจีนเป็นหนึ่งในความฝันของการเดินทางทีเดียว

หวังว่าวันหนึ่งจะได้ไป

#4 By บินสูง on 2009-10-25 22:55

เหมือนได้ร่วมทัวร์เลย..big smile big smile big smile

#3 By kriangkrai on 2009-10-24 10:53

รูปสวยมั่ก ๆ อยากไปจังค่ะ big smile

#2 By DukGaDik on 2009-10-23 19:00

ถ่ายรูปสวยจัง ^^

#1 By LADYHYUK!! on 2009-10-23 18:53