ต่อจากตอนที่แล้ว http://aoynaja.exteen.com/20091009/entry 

วันนี้ ก็เป็นวันที่ 3 ของการทัวร์แล้วค่ะ

แล้ววันนี้ เราก็จะได้ไปกำแพงเมืองจีนซะที Yes!

แต่ก่อนจะถึงกำแพงเมืองจีน เราต้องผ่านด่านร้านหยกก่อน

อย่างที่เคยบอกไว้ในตอนก่อนๆ ว่าทัวร์จะต้องพาเราเข้าร้านต่างๆตามนโยบายของรํฐบาลจีน

นี่ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่เราเข้า และไม่เสียตังค์สักหยวน อิอิ

แต่เค้าก็มีหยกน่าสนใจเยอะเลยล่ะค่ะ ถ่ายชิ้นหยกที่(คิดว่า)ใหญ่ที่สุดในร้านมาให้ชมกัน

มีเรื่องขำๆเกี่ยวกับการถ่ายรูปชิ้นหยกนี้มาเล่าสู่กันฟังนิดนึงค่ะ

คือข้างๆหยกนี้ ก็จะมีป้ายบอกว่าห้ามถ่ายรูป เป็นภาษาอังกฤษ ก็ไม่รู้ว่าคนที่เข้าร้านมา เค้าอ่านไม่ออก หรือไม่เห็นป้าย หรือจะไม่สนใจป้าย ฯลฯ อย่างไรก็ไม่รู้ได้ ทุกคนที่เข้าร้านนี้มา ก็จะต้องผ่านหยกนี้ แล้วก็ถ่ายรูปด้วยทุกคนเลย  

เราเห็นป้ายห้ามถ่ายรูปนี้ตอนแรกก็เลยไม่ถ่ายรูป แต่พอเห็นคนเค้าถ่ายกัน แล้วก็ไม่เห็นว่าเจ้าหน้าที่ร้านจะห้ามหรือว่าอะไรเลย ก็เลย...ถ่ายมาบ้างสิ อิ อิ อิ

จะขำดีไม๊เนี่ย

ไปถ่ายรูปอื่นๆที่เค้าไม่ห้ามกันดีกว่านะ

ไม่ค่อยสนใจเครื่องประดับอะไรเท่าไหร่ สิ่งที่เราสนใจในร้านนี้กลับเป็นสิ่งนี้...

เค้ามีมุมนึง ที่ขายภาพเขียนที่ทำจากเม็ดทราย โดยมีการวาดเส้นด้วยการวางโครงเส้นลวดก่อน

รูปที่เราชอบ ก็รูปนี้ล่ะ

ชอบ แต่ก็ไม่ได้ซื้อมาหรอก แฮ่  ราคาไม่ใช่ถูกเน้อ

ออกจากร้านหยก ก็ไปกำแพงเมืองจีนกันล่ะ เรากำลังจะได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกกันแล้ว

กำแพงเมืองจีนใกล้ๆปักกิ่งมีอยู่ 4 ด่านค่ะ คือด่านปาต๋าหลิง ด่านจียงกวน ด่านจินซานหลิ่งหรือมู่เถียนอวี้ และด่านซือหม่าไถ่

ด่านที่เราไปคือด่านจียงกวน ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการไม่นาน โดยรัฐบาลจีนหวังว่าจะช่วยแบ่งคนจากด่านปาต๋าหลิง ที่คนมาเที่ยวเยอะ (เกินไป) ได้บ้าง

ด่านนี้ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับปาต๋าหลิงซึ่งใหญ่กว่าแล้วก็มีให้ขึ้นรถกระเช้าได้ด้วย

แต่ถึงจะเล็กยังไง เราก็ไม่สามารถเดินให้ครบทุกป้อมอยู่ดี แหะ แหะ คือทั้งหมดจะมี 6 ป้อม เราก็เดินได้แค่ 3 ป้อมเท่านั้น อยากรู้ว่า 3 ป้อม ไปได้ไกลแค่ไหน เดี๋ยวจะได้เห็นกันล่ะค่ะ

พอลงจากรถทัวร์ เราก็ได้เห็นกำแพงเมืองจีนในระยะใกล้ขึ้นมาแล้ว (หลังจากเห็นครั้งแรกตอนอยู่บนเครื่องบิน)  รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่จะได้เหยียบกำแพงเมืองจีนของจริงแล้ว !!

วันนี้โชคดีค่ะ ที่อากาศดี ท้องฟ้าสดใส ไม่เหมือนวันก่อนๆที่อากาศดูมัวซัวอยู่บ้าง

ว่าแล้วก็เดินขึ้นไปเลยดีกว่า เดิน เดิน แล้วก็หยุดถ่ายภาพเป็นระยะ

ช่วงป้อมแรก เราจะพบหุ่นทหารและอาวุธจีนโบราณเช่นนี้

ส่วนรูปต่อไปนี้ ไม่ใช่ของโบราณแน่ ... การคล้องกุญแจของคู่รัก ประมาณว่าทำเช่นนี้แล้วจะรักกันตราบนิจนิรันดร์ ไม่น่าเชื่อว่าความเชื่อจากฝั่งเกาหลีจะมาถึงเมืองจีน (เอ่ หรือว่าจริงๆแล้วมันเริ่มมาจากจีนล่ะนี่ อ๊ะ อันนี้ไม่รู้ละ )

เสียดายไม่ได้เอากุญแจมาด้วย ฮ่าๆๆ จริงๆก็ไม่รู้ว่าจะคล้องกับใครมากกว่า อิอิ

เดินกันต่อไปดีกว่า กุญจง กุญแจอะไร อย่าไปสนใจเล้ย

รูปนี้ หันหลังกลับไปถ่ายรูปตามทางที่เดินมาค่ะ อย่าเข้าใจผิดว่าเรากำลังจะเดินไปทางนี้น๊า

เริ่มเดินสูงขึ้นเรื่อยๆ

ฝรั่งก็มาปีนกำแพงเมืองจีนกันเยอะเลยค่ะ ระหว่างทาง ก็จะมีคนนั่งพักตามบันไดกันเป็นระยะๆ

แล้วเราก็เดินเข้าป้อมกันบ้าง อยากรู้ว่าในป้อมเป็นยังไง ก็พบฝรั่งนั่งพักอยู่ในป้อม ^^'

นั่งกันตรงนี้เลยเหรอลุง (ก็เผอิญมันมีซอกให้นั่งได้พอดี อ่ะ อันนี้ตอบแทนลุงก็ได้)

มองออกจากหน้าต่างป้อมไปด้านบน ก็จะเห็นป้อมที่ต้องไปต่อ โอ้ อีกไม่ไกล สู้ สู้ (แม้ตอนนี้ ขาจะเริ่มสั่น ฮ่าๆๆ)

และแล้ว เราก็เดินมาถึงป้อมที่ 3 มองย้อนกลับมาก็.. สูงอยู่นะเนี่ย

เข้าไปส่องหน้าต่างจากป้อมที่ 3 ดูซิว่ามีอะไรให้ชมบ้าง

ภาพเบื้องหน้า...งดงามมากค่ะ

เลยขอซูมเข้าไปอีกหน่อย

แต่ละป้อมมี 2 ชั้นค่ะ ป้อมที่ผ่านมาไม่ได้เดินขึ้นไปดู คราวนี้เลยขอขึ้นสักหน่อย ทางขึ้นแคบและชันมั่กๆ ขึ้นได้ทีละคนค่ะ สวนกันไปมาไม่ได้

ขึ้นไปแล้วมองลงมา ก็เห็นเช่นนี้

ชั้น 2 ของป้อม เป็นแบบภาพที่เห็นนี่ล่ะ

นั่งพักอยู่แถวป้อม 3 สักพัก แล้วก็ชั่งใจว่าจะไปต่อดีไม๊น้อ

และนี่คือเส้นทางที่เหลือ ... ที่สุดท้าย ก็ไม่ได้ไปต่อ เพราะดูเวลาแล้วไม่น่าจะทัน เค้าให้เวลา 2 ชั่วโมง เดินไป เดินกลับ เลยต้องเผื่อเวลาเดินกลับไว้ด้วย เอาล่ะ มาไกลแค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว (ข้ออ้างให้ตัวเองชัดๆ ฮ่าๆๆ)

ไม่ได้เดินขึ้นไปต่อ ก็อาศัยกล้องซูมขึ้นไปแทนละกัน อิอิ

เดินกลับดีกว่าเรา

ระหว่างทางกลับ ก็ยังถ่ายรูปเก็บภาพกันต่อไป

และแล้วก็ได้รูปที่(คิดว่า)เป็นภาพไฮไลท์ของทริปนี้  เป็นภาพแบบ panorama ค่ะ ให้เห็นกันแบบกว้างๆ เต็มตากันไปเลย

คำเตือน: จะดูให้ครบ ต้องเลื่อนแถบ slide ด้านล่างจอคอมไปทางขวามือนะคะ (หากจอคอมพิวเตอร์ของท่านไม่ใช่ wide screen)

ลงมาถึงด้านล่างกันแล้ว ก็เจอร้านขายรูปวาด เข้าไปดูสักหน่อย

ตอนแรกไม่คิดจะซื้อ แต่ดูๆไป ก็สวยดี ใช้สีน้ำซะด้วย เลยโดนค่ะ โดนทั้งใจ กับทั้งโดนดูดเงิน ฮ่าๆ จริงๆก็ไม่แพงมาก (100 หยวน หรือ 500 บาท) เลยซื้อมารูปนึง

พอซื้อเสร็จก็บอก (ด้วยภาษามือ) ว่าขอถ่ายรูปคนวาดด้วย เค้าก็ยินดี โพสต์ท่าถ่ายรูปให้เราอย่างมืออาชีพกันทีเดียว สงสัยมีคนขอถ่ายรูปบ่อยนะเนี่ย

ส่วนรูปภาพที่เค้าถืออยู่ ก็คือรูปที่เราซื้อมานั่นล่ะค่ะ เป็นวิวกำแพงเมืองจีนฤดูใบไม้ร่วง

ตอนนี้รูปนี้ก็มาประดับฝาบ้านเราเรียบร้อย

ออกจากกำแพงเมืองจีน เราก็เดินทางกันต่อ

ติดตามได้ตอนต่อไปค่ะ  

 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบ..ทัวร์นี้จริงๆ เป็นการพรีวิว ก่อนไปลองของจริงได้ดีทีเดียว...sad smile big smile

#6 By chinese-lovers on 2010-01-07 09:30

เม้นตอบนะคะ

#1 กำแพงเมืองจีนจริงๆ ก็มีส่วนที่พังไปแล้วก็เยอะนะคะ มีเพียงไม่กี่จุดที่เค้าอนุญาติให้นักท่องเที่ยวไปเดินชมได้ ซึ่งก็มักจะเป็นที่ที่ได้รับการบูรณะใหม่แล้ว

#2, 4 วันที่ไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน ฟ้าใสพอดี ก็ถือว่าโชคดีน่ะค่ะ confused smile

#3 เห็นว่าภาพเขียนสวยด้วยก็ดีใจค่ะ นึกว่าตัวเองเห็นว่าสวยอยู่คนเดียวซะอีก question

#5 By Aoy+ on 2009-10-17 23:23

กำแพงเมืองจีนในวันที่ฟ้าสดใสอย่างนี้ น่าไปจังเลยครับconfused smile confused smile confused smile

#4 By PupaeHERO on 2009-10-12 11:54

"กำแพงเมืองจีน" เป็นอีกแห่งหนึ่งที่อยากไป

ภาพเขียนที่ได้ไปประดับฝาบ้านน่ะ สวยมาก ๆ เลยครับ..
big smile big smile big smile

#3 By kriangkrai on 2009-10-12 09:37

ฟ้าใสจังเลยครับ ที่กำแพงเมืองจีน

#2 By to-see-the-world on 2009-10-12 07:50

ทัวป์นี้ยังคงดำเนินต่อไป....

ผมเคยคิดนะว่า ทั้งที่จีนแผ่นดินไหวบ่อยๆ

แต่ทำกำแพงเมืองจีนถึงยังไม่พังทลายทั้งๆที่อยู่บนเขา แถมยาวด้วย

หรือเพราะว่าตัวกำแพงมันไม่สูงจึงไม่ได้รับผลกระทบ embarrassed

#1 By Critical#Zeed on 2009-10-12 00:41