หลังจากออกจากพระราชวังฤดูร้อนแล้ว ตาม entry ก่อน http://aoynaja.exteen.com/20091008/entry

เราก็ไปร้านขายไข่มุก (เป็นนโยบายของรัฐบาลจีนค่ะ ที่ต้องให้นักท่องเที่ยวแบบคณะทัวร์เข้าร้านต่างๆ เช่นร้านหยก ไข่มุก นวดฝ่าเท้า ผ้าไหม ส่วนจะซื้อหรือไม่ ไม่ได้บังคับ ซึ่งไกด์ก็บอกว่า เค้าอยากโชว์ของดีของบ้านเมืองเค้านั่นล่ะ)

เข้าร้านไป เค้าก็พาไปชมวิธีแกะหอยมุกกันก่อน เลยได้เห็นหอยมุกเป็นครั้งแรกในชีวิต

เห็นเม็ดกลมในหอยไหมคะ นั่นล่ะคะมุก พอแกะเสร็จ เค้าก็แจกเม็ดมุกนั้นให้กับคณะทัวร์ด้วย เอ่อ จริงสิ เราทำมันหายไปไหนแล้วหว่า ฮ่าๆๆๆ

หลังจากนั้น ก็เป็นช่วงขายของคือพาไปดูเครื่องประดับมุก และเครื่องสำอางจำพวกแป้ง ครีม ที่ทำจากมุก ร้านนี้เราไม่ได้ซื้ออะไรเลย ตอนแรกคิดว่า รอดแล้วเรา ไม่ซื้ออะไรแน่ๆ แต่หารู้ไม่ว่า ในร้านต่อๆไป ก็ซื้อเกือบทุกร้าน

ว่าแล้วก็ไปที่ร้านไหมกันต่อ เริ่มด้วยการชมการสาธิตการทำใยไหม ที่ทำจากตัวไหม (เห็นหนอนในกระปุกไม๊คะ นั่นล่ะ ตัวไหม)

ข้าม step มาดูรูปผ้าห่มไหมจีนกันเลยดีกว่า ผืนนี้เป็นผืนที่อยู่ในระดับราคาแพงที่สุดในร้านค่ะ

ที่ร้านเค้าโฆษณาว่า ผ้าห่มนี้ดีตรงที่ห่มหน้าหนาวจะอุ่น ส่วนหน้าร้อนจะเย็นสบาย เอ๊า เอากะเค้าสิ ผ้าห่มวิเศษหรือไงนี่ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ส่วนตัวก็ซื้อมา 1 ผืน แหะ แหะ แต่ก็เป็นระดับราคาต่ำที่สุดแล้ว ซึ่งก็ยังราคา 1 พันหยวนแหนะ ( 1 หยวน = 5 บาท) แต่นั่นราคาตามป้ายนะคะ ตอนแรกไม่รู้ว่าต่อราคาได้ด้วย แต่ก็ลองต่อดู ต่อไปต่อมา ก็ได้มาในราคา 800 หยวน  

ซื้อมาก็ยังเก็บไว้ในตู้ ไม่ได้ใช้เลย ว่าจะรอหน้าหนาวก่อนค่อยเอามาใช้ เป็นการพิสูจน์ว่าจะจริงอย่างเค้าโฆษณาไม๊

อ่ะ ซื้อผ้าไหมเสร็จ ก็ออกเดินทางกันต่อไป วันนี้เป็นวันทำงาน ช่วงเย็นแล้ว เมืองปักกิ่งนี่ รถเยอะแล้วก็รถติดพอๆกับกรุงเทพเลย

แต่รถแบบนี้ ไม่เคยเห็นที่เมืองไทยแฮะ

นั่งรถ bus แล้ว ก็เปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งรถสามล้อบ้าง

นั่งที่ไหนน่ะเหรอ? คำตอบคือที่"หูท่ง" ค่ะ

ที่เห็นในรูปด้านบนนี้ เป็นปากซอยที่จอดคิวรถสามล้อ เราจะนั่งรถสามล้อไปชม"หูท่ง"กัน

ว่าแต่"หูท่ง"นี่คืออะไรหรือ มีความสำคัญอย่างไรกันน้อ

ถ้าสรุปง่ายๆก็คือเมืองปักกิ่งสมัยโบราณ ที่ยังมีอยู่ท่ามกลางเมืองปักกิ่งสมัยใหม่นี่ล่ะค่ะ

แต่เอาแบบมีรายละเอียดนิดนึงก็ดีเนอะ ว่าแล้วก็ไป copy ข้อความตามหนังสือมาให้อ่านกัน อิอิ

"หูท่ง เริ่มมีมาตั้งแต่ช่วงที่จีนยังใช้ระบอยการปกครองแบบจักรพรรดิ โดยจักรพรรดิสมัยนั้นได้จัดทำเขตที่อยู่ของประชากร กำหนดให้พระราชวังต้องห้ามเป็นศูนย์กลาง แล้วล้อมรอบด้วยเมืองเป็นชั้นๆ ทั้งนี้ประชากรที่มีตำแหน่งทางสังคมสูงๆ จะได้รับอนุญาตให้อยู่ใกล้กับพระราชวังทางฝั่งตะวันตกและตะวันออก ส่วนพ่อค้า ช่างฝีมือ และผู้ใช้แรงงาน จะอาศัยอยู่ทางตอนเหนือกับตอนใต้ที่ไกลออกไป ......"

ข้อมูลจากไกด์ (เท่าที่จำได้) บอกว่าส่วนของหูท่งก็ถือเป็นบริเวณที่ในอดีตนั้นชนชั้นสูงอยู่กัน แต่ปัจจุบันกลับเป็นที่อยู่ของผู้มีรายได้น้อยหรือเทียบได้กับสลัม เนื่องจากในบ้านหลังหนึ่งก็จะแบ่งซอยเป็นหลายห้องและอยู่รวมกันหลายครอบครัว

เอาล่ะ ฟังเค้าพูดกันมาเยอะแล้ว ไปดูของจริงดีกว่าว่าบ้านเมืองโบราณเค้าจะเป็นยังไงกัน

ออกเดินทางกันเล้ย!! ปั่น ปั่น ปั่น

เนื่องจากเรามากันเป็นคณะทัวร์ ร่วม 20 กว่าคน รถสามล้อหนึ่งคันนั่งได้สองคน จึงเกิดขบวนรถสามล้อยาวเหยียดเช่นนี้

ระหว่างทางจะผ่านทะเลสาบ สวยงาม ร่มรื่นดีค่ะ ผู้คนก็นิยมมาเดินเล่น ขี่จักรยานกันบ้าง มาออกกำลังกัน

ริมทางช่วงทะเลสาบ ก็จะมีร้านผับอยู่เกือบตลอดทาง ประมาณว่าให้ลูกค้านั่งดื่มไป ชมวิวทะเลสาบไปด้วย แหม่ อะไรจะดื่มด่ำกันขนาดน้าน

ผ่านช่วงร้านผับต่างๆมาแล้ว ก็เป็นย่านที่อยู่อาศัยกันล่ะ

แล้วเราก็ได้เห็นว่าบ้านในเมืองปักกิ่งในอดีต(ที่บูรณะแล้ว) เป็นอย่างไร

 

รูปด้านบนนี้ เป็นบ้านที่ดูหรูที่สุดในหูท่งเลย ถ้าไม่เห็นประตูและหลังคาสไตล์จีน ดูเผินๆนึกว่าบ้านยุโรป

ส่วนรูปด้านล่าง น่าจะเป็นบ้านแบบที่ไกด์บอกคือเค้าอยู่รวมกันหลายครอบครัวในบ้านเดียว เพราะเห็นมีแบ่งซอยเป็นหลายห้อง

 

นั่งสามล้อชมวิว ชมบ้าน ชมเมือง ใช้เวลาทั้งไปและกลับก็ประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ

ระหว่างทางกลับ ก็วนกลับมาเจอทะเลสาบเหมือนเดิม ได้เห็นพระอาทิตย์กำลังจะตกพอดี งามมากๆ

ลงรถสามล้อแล้ว ก็ถ่ายรูปรถสามล้อไว้เป็นที่ระลึกหน่อย

 

และรูปทะเลสาบสวยๆอีกครั้ง

จากนั้น ก็ถึงเวลาทานอาหารเย็นแล้ว เราจะไปกินเป็ดปักกิ่งกันล่ะมื้อนี้ เย้ เย้

มาปักกิ่ง ไม่กินเป็ดปักกิ่ง ได้ไงล่ะ เน้อ

ร้านอยู่แถวถนนหวังฝู่จิง บริเวณที่เป็นโซนร้านอาหารน่ะค่ะ มีไฟประดับประดาสวยเชียว

ร้านนี้อยู่ชั้นสองค่ะ ตามรอยเท้านี้ไป รับรองไม่หลง อิอิ

นอกจากเป็ดปักกิ่งที่เราจะกินกันแล้ว อาหารแบบโต๊ะจีน (เหมือนมื้ออื่นๆ) ก็ยังคงมีเหมือนเดิม แต่เป็ดปักกิ่งนี่จะมาเป็นเมนูท้ายสุด ประมาณว่าชุดฟินาเล่  

และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง

เค้ามีพ่อครัวมายืนแล่เป็ดให้ดูกันเห็นๆเลย

เนื้อเป็ดที่แล่แล้ว ก็ย้ายที่อยู่มาที่จานเป็ด (และหลังจากนั้นก็ย้ายไปอยู่ในท้องพวกเรา ฮี่ๆ)

เป็ดปักกิ่งที่ถูกห่อแล้ว และรอการลิ้มรส

กร๊วบๆ หยุบหยับ หยุบหยับ ....

และนั่นคือเสียงที่ตามมา  ฮ่าๆๆๆๆ

อร่อยดีค่ะ หนังเป็ดกรอบดี แป้งบาง น้ำจิ้มก็เลิศ แต่ก็ยังคงความเค็มสไตล์อาหารจีนอยู่นั่นเอง

เอ้อ โพสต์ไป ก็น้ำลายสอไป 

หลังจากอิ่มหนำเป็ดปักกิ่งแบบออริจินอลกันแล้ว ก็ได้เวลาเดินย่อยอาหารและละลายทรัพย์ที่ถนนคนเดินหวังฝู่จิง

"ถนนแห่งแสงสี และห้างต่างๆ" เป็นคำนิยาม (ที่เรากำหนดเอง) ของถนนเส้นนี้ก็ว่าได้  

ทัวร์เค้าให้เวลา 1 ชั่วโมง เดินไปไหนไม่ได้ไกล เพราะไปหยุดที่ร้านขายของที่ระลึกนานไปหน่อย เลยไม่ได้เข้าร้านอื่นๆเลย แต่ก็ดีไปอย่างค่ะ จะได้ไม่เสียเงินมากเท่าไหร่ หุหุ

หลังจากนั้น ก็กลับโรงแรมแล้ว

พรุ่งนี้ เราจะไปไหนต่อ ติดตามได้ที่ link นี้ค่ะ http://aoynaja.exteen.com/20091011/entry

Comment

Comment:

Tweet

หอยใหญ่มาก

http://ntpintertravel.com/ทัวร์ปักกิ่ง.html

#5 By thaiseo-corner on 2011-04-30 01:51

เหมือนได้ไปเที่ยวเองเลย...ชอบsad smile

#4 By chinese-lovers on 2010-01-07 09:24

ชอบบรรยากาศริมทะเลสาบจังเลยครับ...big smile big smile big smile

#3 By kriangkrai on 2009-10-10 08:08

ว้าววววววววววววว

น่าไปมากผมเคยไปแค่ 12 ปันนา

วิวที่ถ่ายมาน่าไปถ่ายเองมากเลยครับ

อากาศท่าทางจะเย็นกำลังดี

แต่ชมรัฐบานจีนอย่างนะครับ

เวลาที่มีทัวร์เข้ามาประเทศเค้า

เค้าจะบังคับให้กลุ่มทัวร์แวะเพื่อซื้อของที่เป็นจุดขายของท้องถิ่นเลย

เป็นไฟล์ทบังคับที่ทุกทัวร์ต้องทำตาม

เห็นแล้วก็ดีเหมือนกัน

แต่ไม่มีสำหรับคนเที่ยวเพราะบางที่แวะไปเสียเวลาและของก็ไม่น่าสนใจ

แต่ก็แล้วแต่ทริปเนอะ

#2 By k_i on 2009-10-10 02:06

อู้ยยย
น่ากิน
กำลังหิวๆ

#1 By Sugar on 2009-10-10 01:11