ต่อจากตอนที่แล้ว http://aoynaja.exteen.com/20091007/entry

ก่อนจะถึงพระราชวังฤดูร้อน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ดังนั้น เราจึงเติมพลังด้วยอาหารกลางวันกันก่อนค่ะ

ก็นั่งรถไปร้านอาหาร ระหว่างทางได้เห็นตึกรูปทรงแปลกตา

นั่งรถไม่นาน ก็ถึงร้านอาหาร นี่ป้ายร้านค่ะ น่ารักดี

อีกรูปนึง กับภาพวาดโลโก้ของร้าน

แล้วก็ได้เวลาหม่ำ โต๊ะจีน กับข้าวเต็มโต๊ะเหมือนเดิม หย่อย หย่อย

อิ่มแล้วก็เดินทางไปพระราชวังกันได้ รูปแรก ดูกำแพงไปก่อน อิอิ

ผ่านประตูมา ก็ต้องร้องว้าว กับความงดงามของทะเลสาบ

"พระราชวังฤดูร้อนหรืออุทยานอวี้เหอหยวน เป็นพระราชวังที่พระนางซูสีไทเฮาโปรดปราน อีกทั้งเป็นสถานที่ว่าราชการของพระนาง ส่วนที่ได้ชื่อว่าเป็นพระราชวังฤดูร้อนนั้น เนื่องจากในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ทางราชสำนักจะแปรพระราชฐานจากพระราชวังต้องห้ามมาเป็นที่นี่แทน"

ที่เห็นตรงกลางรูปบนนี้ คือหอคอยฝอเซียงเก๋อ  เป็นหอไม้แปดด้าน 3 ชั้น สูง 40 เมตร (สูงที่สุดในพระราชวังนี้)

ได้แต่ยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่ได้ขึ้นไปค่ะ เพราะอยู่บนเขา อีกอย่างนึงก็เพราะเวลาจำกัดด้วย

ว่าแล้วก็ไปชมส่วนอื่นๆของวังกันดีกว่า

เดินผ่านประตูนี้มา ก็จะเจอกับตำหนักนี้

เข้าไปข้างในไม่ได้ ต้องอาศัยการส่องจากกระจกด้านนอกเอา ภายในเป็นของโบราณจริงๆ

บนเพดาน ก็มีรูปเขียนโบราณ ดูขลังยังไงไม่รู้...

ตามระเบียงทางเดิน ก็จะมีภาพจิตรกรรมเช่นนี้ ซึ่งจะมีภาพทั้งทิวทัศน์ทะเลสาบที่เมืองหางโจว และนิยายจีนต่างๆที่ไม่ซ้ำกันเลย (ตามหนังสือเค้าบอกว่ามีมากกว่า 14,000 ภาพ)

เดินไปเรื่อยๆตามระเบียงยาว "ฉางหลาง" ที่เป็นระเบียงยาวที่สุดในโลก (ประมาณ 728 เมตร)

ระหว่างที่เดินอยู่บนระเบียง จะพบกับศาลาแปดเหลี่ยมที่มีทั้งหมด 4 หลัง ตั้งชื่อตามฤดูกาลทั้งสี่ในจีน

เดินออกจากระเบียง แวะถ่ายรูประหว่างทางบ้าง (ตามทางเดินของระเบียงจะขนานไปกับทะเลสาบ)

ที่เห็นด้านซ้ายมือในรูปนี้ คือทางที่เราเข้าพระราชวังมา ตอนนี้ก็เดินมาไกลเลยนะเนี่ย

เดินมาสุดทางระเบียงแล้ว เราก็พบกับเรือหินอ่อน หรือที่คนจีนเรียกว่า เรือของคนโง่ เหตุผลที่มีชื่อนี้ก็เพราะพระนางซูสีไทเฮาไม่ยอมนำเงินของกองทัพเรือมาปรับปรุงกองเรือเพื่อป้องกันประเทศ แต่กลับนำเงินเหล่านั้นไปสร้างเรือหินอ่อนสองชั้นที่แล่นไม่ได้ สำหรับเป็นที่ประทับนั่งจิบชาชมทิวทัศน์เท่านั้น จนเป็นเหตุให้ชาวจีนพ่ายแพ้แก่กองเรือญี่ปุ่นนั่นเอง แต่เรือที่เราเห็นนี้ไม่ใช่ลำดั้งเดิม เพราะลำจริงถูกทำลายไปตั้งแต่ปีค.ศ. 1860 จากการรุกรานของกองทัพอังกฤษกับฝรั่งเศส ส่วนที่เห็นนี้เป็นลำที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่เมื่อค.ศ.1893

ชมเรือหินอ่อนแล้ว ก็ถึงเวลาขึ้นเรือกลับ (เดินกลับก็ได้แต่ไม่ไหวค่ะ เพราะต้องใช้เวลาร่วมชั่วโมงทีเดียว)

เรานั่งเรือลำนี้ไปล่ะ ส่วนบุคคลในรูป 2 คนนี้ก็คือไกด์ของเรานั่นเอง

ภายในเรือ คนนั่งเต็มลำ ทั้งไทย ทั้งฝรั่ง ทั้งจีน อินเตอร์จริงๆเลย อิอิ

นั่งเรือกลับก็ดีค่ะ ได้ชมวิวไปด้วยในตัวพร้อมกับลมพัดเย็นสบาย ^^

แล้วก็ได้เห็นหอฝอเซียงเก๋ออย่างชัดๆอีกครั้ง

ถ่ายรูปเรือแบบเต็มๆบ้าง

ก่อนเรือจะถึงฝั่ง เราก็จะเห็นสะพานสือชวีข่งเฉียว หรือที่รู้จักกันในชื่อ"สะพาน 17 ช่อง" เป็นสะพานที่ทอดจากฝั่งตะวันออกของทะเลสาบคุนหมิงพาดยาวไปจรดทิศตะวันตกของเกาะกลางทะเลสาบ มีความยาวราว 150 เมตร

ที่เกาะกลางทะเลสาบจะมีวัดหลงหวังเหมียว ที่เมื่อยามฝนแล้ง พระนางซูสีไทเฮามักจะมาวิงวอนขอให้ฝนตก

แต่เราไม่ได้ไปที่เกาะกลางทะเลสาบนี้หรอก ได้แต่ดูในระยะไกลเช่นนี้เอง

หลังจากขึ้นฝั่งแล้ว เราก็เดินทางกันต่อ ชมได้ในตอนต่อไปค่ะ

http://aoynaja.exteen.com/20091009/entry

Comment

Comment:

Tweet

อ่า ใช่แล้วแนน ทะเลสาบนี่ขุดด้วยแรงงานคนจริงๆแหละ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ
ขอบคุณที่มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมจ้า จริงๆพี่ก็รู้อ่ะนะ แต่ว่าขี้เกียจพิมพ์น่ะสิ ฮ่าๆๆ อีกอย่างก็คิดว่าเขียนเยอะเกินไป จะมีคนสนใจอ่านเร้อ double wink

#8 By Aoy+ on 2009-10-11 22:23

ไปหาข้อมูลมาค่ะ ทะเลสาบนี้เกิดจากแรงงานคนจริงๆ ด้วย ทึ่งมากๆๆๆๆเลยค่ะ

"...ผู้ที่ทำให้สิ่งก่อสร้างในนี้สวยงามเป็นที่เลื่องลือ ก็คือพระนางซูสีไทเฮาแห่งราชวงศ์ชิง อันเป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีน ชื่อเดิมมีเปลี่ยนกันไปหลายชื่อ แต่พระนางตั้งชื่อให้ใหม่ว่า อี้เหอหยวน แปลว่าอุทยานเพื่อพลานามัยอันผสมกลมกลืนกันได้ด้วยดี

เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณ สิ่งแรกที่กระทบสายตาคือทะเลสาบกว้างใหญ่ ดูเท่าไรก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเกิดจากแรงงานคนขุดขึ้นมา แล้วเอาดินที่ขุดพูนขึ้นไปเป็นเนินเขาข้างทะเลสาบนั้นเอง ผู้สร้างคือฮ่องเต้เฉียนหลง ใช้ในการฝึกซ้อมทัพเรือ..."

#7 By nanja (58.64.68.245) on 2009-10-11 21:27

เอ ทะเลสาบนี้ไหมน้า ที่เค้าว่ากันว่าเป็นทะเลสาบที่พระนางสูสีไทเฮาสั่งให้ขุด ไม่ใช่ทะเลสาบจริงๆอ่ะค่ะ ได้ยินมาว่าอยู่ที่พระราชวังฤดูร้อนนะคะ ถ้าใช่นี่ก็ใหญ่มากๆๆๆๆเลยนะคะ ไม่อยากจะคิดเลยว่า เมื่อก่อนต้องใช้กี่คนถึงจะทำทะเลสาบได้ขนาดนี้

#6 By nanja (58.64.68.245) on 2009-10-11 21:09

#1 อ่าค่ะ ได้ยินไกด์บอกเหมือนกันว่าถ้าหน้าหนาว ทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็งไปเลย ไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อล่ะค่ะ surprised smile

#2 ไปเรียนภาษาจีนที่เมืองจีนใช่หรือเปล่าคะ embarrassed ตอนที่ไปเที่ยวนี่ก็เห็นมีทริปนักเรียนที่โรงเรียนเค้าจัดไปเรียนภาษาจีนพร้อมกับเที่ยวไปด้วยในตัว น่าจะแพงอยู่

#3 ขอบคุณสำหรับคำชมเช่นเคยค่า confused smile

#4 จริงๆถ่ายรูปภาพจิตรกรรมมาเยอะมากค่ะ แต่มาโพสต์หมดคงไม่ไหว แค่นี้ก็โหลดกันนานแร้วopen-mounthed smile

#5 By Aoy+ on 2009-10-10 01:13

อาหารจีนน่าทานจัง...
ผมชอบภาพจิตรกรรมตามระเบียงทางเดินครับ.. สวยมาก..
big smile big smile big smile

#4 By kriangkrai on 2009-10-09 17:16

สวยจังเลยค่า เห็นแล้วอยากแพ็กกระเป๋าไปจีนเลยทีเดียวเชียว

ขอบคุณสำหรับภาพงามๆค่า

#3 By duck-life on 2009-10-09 17:04

ฮร๊าาา อยู่ตั้งปี ไม่เคยได้เที่ยวอะไรแบบนี้เลย
ฮ่าๆๆๆ
นึกเสียดายตัวเองจัง

ไปเป่ยจิงครั้งเดียวเองคะ หน้าหนาวแบบสั่นกึกๆ
ใส่เสื้อตัวกลมเลย
ตอนไปก็ระยะสั้นๆด้วย(และไม่มีไกด์มีแต่เพื่อนพาไป)
ฮ่าๆ

อิจฉาโอกาสแบบนี้ที่สุด question

#2 By Mayoiitingweii on 2009-10-09 00:27

เคยไปเหมือนกันค่ะ สวยมากๆ แต่ว่าซินไปตอนหน้าหนาว
ตอนนั้นน้ำในทะเลสาบแข็งหมดเลย มีคนลงไปเล่นสเก็ตด้วย
และเพราะมันเป็นน้ำแข็ง ซินเลยอดนั่งเรือ TT

#1 By Zinister on 2009-10-09 00:18