ต่อจากตอนที่แล้ว  http://aoynaja.exteen.com/20091001/entry

หลังจากผ่านประตูเทียนอันเหมินเข้ามา เราก็มาถึงพระราชวังกู้กง หรือพระราชวังต้องห้าม

ในอดีตเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงรวม 24 รัชกาล

สาเหตุที่มีชื่อว่าพระราชต้องห้าม เนื่องจากในอดีตนั้น พระราชวังเป็นที่อยู่สำหรับจักรพรรดิ ดังนั้น คนสามัญที่ไม่ได้รับอนุญาตจากจักรพรรดิ ไม่ว่าใครก็ห้ามเข้าออกพระราชวังนี้โดยเด็ดขาด

ถ้าสมัยนี้อาจจะต้องเปลี่ยนชื่อเป็นพระราชวังต้องห้ามพลาดที่จะมา หากมาเยือนปักกิ่ง อิอิ อันนี้คิดเองน๊า

มาดูกันค่ะ ว่าพระราชวังนี้มีอะไรให้ชมกันบ้าง

พอผ่านประตูเทียนอันเหมิน เราก็เห็นเบื้องหน้าเป็นเช่นนี้ ผู้คนเยอะแยะมากมาย และเพื่อกันหลงทาง ไกด์ของเราก็จะชูธงไทยไว้ให้เราคอยมองหา (เห็นในรูปกันไหมเอ่ย)

ชูธงได้สูงมาก

ผ่านจากประตูนี้มา ก็จะพบวิวนี้ ถ่ายมาแบบพาโนรามาซะหน่อย

 

เดินเข้าไปใกล้ๆดีกว่า ตำหนักนี้ ชื่ออะไรน้อ จำไม่ได้แระ

รู้แต่มีสิงโตคู่สัมฤทธิ์อยู่ด้านหน้า ซึ่งการตั้งสิงโตไว้นี้ตามความเชื่อที่ว่าสิงโตช่วยป้องกันภัยและสิ่งชั่วร้ายจากภายนอก

ผู้มีบารมีมากๆ เท่านั้นจึงจะสามารถตั้งสิงโตไว้ได้ หากคนธรรมดาที่ไม่มีบารมีจริงๆ ตั้งสิงโตไว้จะนำพามาซึ่งความอับจน (ข้อมูลนี้จากไกด์ค่ะ)

ตัวนี้เป็นสิงโตตัวเมีย ดูได้จากที่มีลูกอยู่ใต้อุ้งเท้า เป็นสํญลักษณ์แสดงถึงความรุ่งเรืองในตระกูลของจักรพรรดิ

แล้วเราก็เดินต่อไป จนถึงตำหนักที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในพระราชวังแห่งนี้ คือตำหนักไท่เหอ นั่นเอง

ตำหนักนี้ใช้เป็นที่จัดพิธีสำคัญของราชสำนักเช่นพิธีขึ้นครองราชสมบัติ  พิธีครบรอบพระชันษา

 

จุดไฮไลท์ภายในพระตำหนักแห่งนี้คือบัลลังก์ไม้จันทน์แกะสลักลายมังกรสูง 2 เมตรกลางตำหนัก ที่เป็นพระที่นั่งที่สูงที่สุดในเมืองต้องห้าม ด้วยความเชื่อว่าจักรพรรดิเป็นโอรสของสวรรค์ ต้องอยู่ในฐานะที่สูงส่ง ห้ามมิให้สิ่งใดอยู่สูงกว่า

เป็นจุดที่มีผู้คนเบียดเสียดถ่ายรูปกันมากที่สุดเลย (ห้ามเดินเข้าไปข้างในค่ะ ดูและถ่ายรูปได้จากเพียงด้านนอกเท่านั้น) เราก็อุตส่าห์ถ่ายมาได้รูปนึง นับเป็นบุญจริงๆ เพราะมีเวลาแทบนับวินาทีได้ที่จะยืนอยู่จุดนั้นพร้อมกับกดชัตเตอร์ หลังจากนั้นก็ถูกเบียด เบียด จนหลุดออกมา ถึงรูปจะเบลอยังไง ก็ไม่อยากจะเบียดเข้าไปถ่ายใหม่แล้วล่ะ

ประตูหน้าพระตำหนัก ลวดลายงดงาม (เค้าบูรณะซะใหม่เชียว)

หลังคาก็สวยมากเช่นกัน

จุดนี้ค่อยดูเก่าหน่อย

ส่วนนี่เป็นตำหนักที่อยู่ฝังตรงข้ามกับตำหนักไท่เหอ

สังเกตุว่าพื้นถึงแม้จะเป็นหิน ก็กร่อนเพราะเท้าคนนับล้านที่เดินผ่านมานานนับปี

ส่วนรูปด้านล่างนี้เป็นตำหนักด้านข้างของตำหนักไท่เหอ ไม่มีเวลาเดินเข้าไปดูข้างใน ก็ต้องรีบเดินตามคณะทัวร์ต่อไป

เดินต่อไปถึงตำหนักจงเหอ ที่ทรงงานของจักรพรรดิก่อนเสด็จไปประกอบพระราชพิธีต่างๆ

ภายในมีบัลลังก์ขนาดเล็กและข้าวของเครื่องใช้เล็กๆน้อยๆ

 เดินกันต่อไป

ด้านหลังตำหนักเป่าเหอ จะพบกับแผ่นหินอ่อนแกะสลักภาพนูนเป็นมังกร 9 ตัว ที่ทำจากหินแผ่นเดียว (ใหญ่มากๆ) เพื่อใช้เป็นทางเดินสำหรับองค์จักรพรรดิ

ตามประวัติเขาเล่าว่าแผ่นหินนี้ถูกลากมาจากบนเขาด้วยแรงงานคน 20,000 คนกับม้าและล่ออีกราวพันตัว รวมระยะเวลาในการเดินทางถึง 1 เดือนทีเดียว

 

แล้วเราก็พบสิงโตคู่ทองสัมฤทธิ์ หน้าประตูเฉียนชิงเหมิน ทางผ่านเข้าไปพระราชฐานชั้นใน

ตำหนักใน ในอดีตใช้เป็นที่ประทับของจักรพรรดิและฮองเฮา

ภายในตำหนักเฉียนชิง มีบัลลังก์ที่มีจุดน่าสนใจตรงที่แผ่นเหล็กสลักเหนือบัลลังก์ที่มีอักษร 4 ตัวนั้น เป็นลายพระหัตถ์ของจักรพรรดิหย่งเจิ้นที่เขียนว่า "เจิ้งต้ากั้วหมิง"  โดยในสมัยจักรพรรดิหย่งเจิ้นนั้น ได้มีการเปลี่ยนแปลงการแต่งตั้งองค์รัชทายาทจากแบบเปิดเผยมาเป็นแบบลับ ซึ่งพระองค์จะเขียนชื่อองค์รัชทายาทที่ต้องการให้ขึ้นครองราชย์ไว้ในกระดาษ 2 ใบ ใบแรกเก็บไว้ในกล่องด้านหลังป้ายแผ่นเหล็กนี้ ส่วนอีกใบจะเก็บไว้ที่ตัวพระองค์เอง เมื่อถึงเวลาเปิดชื่อก็จะมีการแต่งตั้งจักรพรรดิองค์ใหม่ตามชื่อที่เขียนไว้ในกระดาษ 2 ใบ

ข้าวของภายในตำหนัก

แล้วเราก็เดินทางมาถึงตำหนักสุดท้ายแล้วคือตำหนักคุนหนิงกง ซึ่งเป็นที่ประทับของฮองเฮาในสมัยราชวงศ์หมิง ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำพิธีกรรมและห้องหอในสมัยราชวงศ์ชิง

ด้านหลังตำหนัก คือสวนวี่ฮวาหยวน เป็นสถานที่พักผ่อนขององค์จักรพรรดิ

มีสนต้นใหญ่มากมาย แต่ที่เป็นที่สนใจมากที่สุดคือสนคู่อายุราว 400 ปี ที่เชื่อกันว่าสนต้นนี้เป็นสัญลักษณ์ความปรองดองระหว่างจักรพรรดิกับฮองเฮา หากใครไปยืนใต้ต้นไม้นี้แล้วจะมีคู่ทุกคน (อ้าว ไม่ได้ไปยืนซะนี่เรา หุหุ)

 ส่วนต้นไม้ต้นนี้ ดูแล้วอายุก็น่าจะหลายร้อยปีอยู่ เหมือนต้นไม้ในนิยายของฝรั่งในคืนอันมืดมิด ยังไงยังงั้น

เดินผ่านสวนแล้ว เราก็กำลังจะออกจากส่วนของพระราชวังกันล่ะ

เดินออกมาแล้ว ที่เห็นคือคูน้ำรอบๆพระราชวัง

เดินออกมาในระยะไกลพอสมควร มองกลับไปที่พระราชวังอีกครั้ง เป็นการอำลา

แล้วเราก็เดินไปขึ้นรถทัวร์เพื่อเดินทางต่อไป ระหว่างทางก็เจอเด็กจีนน่ารักๆ 2 คน ^^

ขอเป็นรูปปิดท้ายสำหรับตอนนี้ละกันค่ะ


ตอนต่อไป ตาม link นี้มาเลยค่ะ   http://aoynaja.exteen.com/20091008/entry

 

Comment

Comment:

Tweet

อยากไปเห็นของจริงมากเลย ;) Hot!