ตอนที่ 2 แล้วค่ะกับทัวร์สิงคโปร์ครบสูตร

ต่อจากวันที่ 1 ความเดิมตอนที่แล้ว http://aoynaja.exteen.com/20090328/entry

วันนี้ เริ่มที่การกินอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม

อืม ลืมบอก เราพักที่โรงแรม The Elizabeth Hotel ถือว่าเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาวได้มั๊ง

ห้องพักก็ธรรมดา แต่ที่ไม่ชอบคือทัวร์จัดให้พวกเราอยู่ชั้นที่เป็น smoking floor

ห้องก็เลยมีกลิ่นบุหรี่อบอวลอยู่พอควร

ที่พอจะทำให้รู้สึกดีก็คือห้องอาหารนี่แหละ ตกแต่งสวยดี (ถึงแม้ว่าอาหารจะไม่ค่อยอร่อยก็ตาม)

เป็นห้องกระจกสูงแล้วก็มีวิวน้ำตกอยู่ด้านนอก ทำให้เหมือนนั่งกินอาหารอยู่ในป่าสักแห่ง

จากนั้น เราก็ออกเดินทางสู่สวนนก Jurong Bird Park เป็นสวนนกที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีนกมากกว่า 5,000 ชนิด (ข้อมูลเค้าบอกมางั้นนะ แต่ก็มีโอกาสได้เห็นจริงอยู่ไม่กี่ชนิด เพราะเวลาจำกัด)

วิธีเที่ยวสวนนกนี้ มีทั้งเดินชมและนั่งรถชม รถที่ว่าเค้าเรียกว่ารถพานอเรล หน้าตาเป็นฉะนี้ มีการบินไทยเป็น sponsor ด้วยอ่ะ

เป็นการชมนกจากมุมสูง (มุมเหมือนเวลานั่งรถไฟฟ้า BTS แล้วมองลงมาที่ถนนน่ะ) ชมนกผ่านกระจก เลยถ่ายรูปมาได้แบบที่เห็น แต่ว่าก็ได้เห็นนกมากมายแบบที่ไม่เคยเห็นนะ ทำเอาตื่นตาตื่นใจกันทั้งขบวนรถ

หลังจากนั่งรถชมสวนโดยรอบแล้ว เราก็ไปชมการแสดงของเหยี่ยวและนกอินทรืย์ ที่ลานแสดงแบบ outdoor

ในการแสดงมีให้ผู้ชมได้ร่วมแสดงด้วย อย่างเด็กคนนี้เป็นต้น ให้คีบหนอนเอาไว้ แล้วก็จะมีนกบินโฉบมากิน

(ถ่ายตอนนกโฉบไม่ทัน ชัตเตอร์กล้องไม่ไวพอ )

ดู outdoor แล้วมาดู indoor บ้าง ชมนกเพนกวิน เค้าจำลองบรรยากาศให้เหมือนอยู่ขั้วโลกใต้ แต่ที่ไม่เหมือนก็คงตรงที่มีคนคอยให้อาหาร โดยมันไม่ต้องหากินเองนั่นล่ะ

ออกจากความหนาวเย็นมาแล้ว กลับสูอากาศร้อนชื้นข้างนอกอีกครั้ง ไปชมการแสดง JBP All Star Bird Show

โชว์นี้ก็มีการแสดงมากมาย มีการเดินพาเหรดของนกหลายประเภท การแข่งขันกีฬาของนกมาคอร์ นกแก้วร้องเลียนเสียงพูดของคน (นกร้องเพลง Happy Birthday แล้วก็นับ 1 ถึง 10 เป็นภาษาจีนกับภาษาอังกฤษได้ด้วยล่ะ เสียงชัดเจนเหมือนคนมาก) แล้วก็การแสดงบินผาดโผน

 

อย่างในรูปข้างบนนี้ เค้าให้คนดูยืนถือเงินไว้ แล้วให้นกบินมาคาบไป นกมันก็สามารถบินมาคาบได้ถูกต้องตรงคนเลยอ่ะ เก่งจัง ตอนแรกนึกว่าคนดูจะต้องเสียเงินให้นกฟรี แต่ไม่นะ เดี๋ยวเค้าก็ให้นกบินคาบมาคืนด้วยล่ะ ดีจริงๆ

จะเห็นได้ว่าคนดูนี่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับความสามารถของเจ้านกทั้งหลาย ไม่เว้นแม้แต่แม่เรา ที่ยังบอกว่าการแสดงนี่ดูน่าตื่นเต้นแล้วก็สนุกดีจัง แม่ชอบ ^^

ชมการแสดงแล้ว ก็ได้เดินดูนกอีกนิดหน่อย (นิดเดียวจริงๆ) รูปนี้ก็เป็นฝูงนกฟลามิงโกสีชมพู (ออกแดงนะเนี่ย)

ดูนกเสร็จแล้ว ก็ไปกินอาหารกลางวัน ข้าวมันไก่ชื่อดังของสิงคโปร์ ต้องร้านนี้ Boon Tong Kee

มาดูหน้าตาข้าวมันไก่ที่ว่าอร่อยนักหนา ถ่ายแทบไม่ทัน ดูได้จากรูป พอเค้ายกมาเสริฟ ตะเกียบของทุกคนก็รี่เข้าสู่จานไก่ทันที  

ถามว่าอร่อยไม๊ เราว่าข้าวกับไก่ก็งั้นๆ แต่ที่รสชาติแตกต่างจากบ้านเราคงเป็นที่น้ำจิ้มไก่ เพราะมันจะออกเผ็ดอยู่ทีเดียว คิดว่าที่เราชอบคงเป็นตรงน้ำจิ้มนี่ล่ะ

ร้านนี้ดังแค่ไหนไม่รู้ แต่พี่หลิวเต๋อหัว จากฮ่องกงยังมาเชียร์ ฮ่าๆ รูปนี้สมัยพี่หลิวยังหนุ่มอยู่เชียว

กินเสร็จ ออกเดินทางต่อ ระหว่างทางก็ชมวิวข้างทางไปเรื่อยๆ ผ่านโบสถ์แห่งหนึ่ง สวยดี แต่ไม่รู้ชื่อ

แล้วทัวร์ก็พาไปช้อปปิ้งที่ร้านนี้ เค้าว่าเป็นร้านที่สมาคมพ่อค้าสิงคโปร์มอบตรารับรองคุณภาพของสินค้า

บรรดาคณะทัวร์ก็ใช้เวลาซื้อของที่นี่กันร่วมชั่วโมง แต่เราดูแป๊บๆแล้ว ก็ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ ออกไปเดินเล่นข้างนอกดีกว่า ก็ไปเจอสวนสาธารณะเล็กๆอยู่ตรงข้ามกับร้านพอดี มีงานศิลปะเป็นรูปหล่อโลหะให้ดูเพลินๆ

เดินผ่านสวน ก็เจอวัด Thian Hock Keng สวยดี ก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปไหว้พระ และถ่ายรูปตามธรรมเนียม

ตอนที่ไป ก็ไม่รู้ว่าวัดนี้สำคัญยังไง ชื่ออะไรยังไม่รู้เลย เพราะไม่อยู่ในโปรแกรมทัวร์ แต่บังเอิญถ่ายรูปติดป้ายชื่อวัดมาด้วย กลับมาหาข้อมูลถึงได้รู้ว่าเป็นวัดสำคัญและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์เลย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก web นี้ค่ะ http://www.thianhockkeng.com.sg/home.html

เข้าไปดูในวัดกัน ผ่านประตูนี้ก่อน บานประตูวัดส่วนมากแล้วจะมีศิลปะบนบานประตูทั้งนั้นเลยนิ

มีคนมาไหว้พระกันเยอะเลย

อีกมุมนึง ด้านข้างของวัด พอเห็นก็นึกได้ว่า เอ้อ วัดที่สิงคโปร์นี่เค้ามีโคมแดงอยู่ทุกวัดเลยเนอะ อย่างวัดเจ้าแม่กวนอิมที่ไปเมื่อวันก่อน ก็มีโคมอย่างนี้เหมือนกัน

ได้เวลาคณะทัวร์ช้อปกันเสร็จแล้ว เราก็ออกเดินทางต่อ สู่เกาะเซ็นโตซ่า

ไปเกาะ อย่านึกว่าต้องนั่งเรือไปนะ เค้านั่งกระเช้าลอยฟ้าไปตะหาก

เมื่อกี้กระเช้าธรรมดาที่เรานั่ง แต่เค้ามีบริการ dinner บนกระเช้าที่จัดขึ้นเป็นกรณีพิเศษด้วยนะ

แล้วก็ได้เวลาเหินฟ้า กับกระเช้าเก่าแก่ วิวตอนนั่งกระเช้า ไม่สวยอ่ะ ที่เห็นด้านล่าง เค้ากำลังสร้าง casino แห่งใหม่ ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์

ที่เห็นบนกระจกอย่านึกว่าเป็นเม็ดฝนนะ แต่เป็นรอยของกระจกอ่ะ กระเช้าเก่าได้อีก - -'

ด้วยกระจกเป็นรอยซะขนาดนั้น ถ่ายรูปอะไรผ่านกระจกเป็นอันติดรอยมาหมด เลยต้องส่องกล้องผ่านบานหน้าต่างที่มีช่องเพียงน้อยนิดออกไป (ต้องใช้ความพยายามกันหน่อย)

ได้เห็นเรือ star cruises กำลังแล่นออกจากท่าพอดี

ถึงเกาะ Sentosa แล้ว ที่เที่ยวแห่งแรกของเราบนเกาะนี้คือการไปชมภาพยนตร์ 4 มิติ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเท่านั้น ไม่เคยดู 4 มิติ เคยดูแต่ 3 มิติเลยนึกสงสัยว่าเป็นยังไงหว่า พอได้ไปดูก็ อ๋ออออ อย่างนี้เอง คือเรื่องที่ไปดูนี่เป็นแนวผจญภัยบนเกาะแห่งหนึ่ง ภาพมันก็เป็นเหมือนหนัง 3 มิติอ่ะนะ แต่ว่าเราจะไม่ได้ดูแต่ภาพ จะสามารถรู้สึกเหมือนอยู่ในหนังด้วยเลย อย่างเช่นเวลาถึงตอนที่มีลมพัด มันก็จะมีเอฟเฟกต์ลมพัด หรือเวลาที่มีน้ำสาดกระเซ็น มันก็มีน้ำมาโดนตัวเราจริงๆ (พ่นมาจากหลังเบาะนั่งนั่นล่ะ) งานนี้ทำเอาเปียกกันไปเล็กน้อย ก็เอ่อ แปลกดี

ต่อไปก็เข้าชมพิพิธภัณฑ์ Images of Singapore เป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง แสดงประวัติศาสตร์ ประเพณี และวัฒนธรรมของสิงคโปร์

มามะ ไปดูข้างในกัน

มีหนังตะลุงด้วย ทำให้สงสัยว่า เอ๊ะ ? ตกลงว่าหนังตะลุงมาจากประเทศไหนกันแน่นะ

ส่วนรูปนี้ เป็นพิธีลุยไฟ ดูขลังน่าดู

แล้วก็ได้เห็น images of Singapore ในยุคต่างๆ

ส่วนรูปข้างล่างนี่ เป็นการแสดงเทศกาลสำคัญของชนชาติต่างๆที่มารวมอยู่ในสิงคโปร์แห่งนี้

นี่คงรู้กันอยู่ ตรุษจีน

ส่วนนี่เป็นเทศกาล Thaipusam เป็นประเพณีของชาวฮินดู (เห็นมีคำว่า Thai แต่ก็ไม่เกี่ยวกับไทยแต่อย่างใด) เค้ามีการจัดงานกันที่ Little India ซึ่งปีนี้ ตรงกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่เราไปสิงคโปร์พอดี ก็วันนี้เลยแหละ แต่ว่าเราไม่ได้ไปร่วมงานหรอก

ออกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว มานั่งพักดื่มน้ำกันให้หายเหนื่อยหน่อย

มองออกไปก็วิวนี้

ต่อไปเราก็จะไปหอชมวิวสกายทาวเวอร์ ที่เห็นเป็นสิงโตอยู่ในรูปนี้ล่ะ เค้าว่าเป็นหอที่สูงที่สุดในสิงคโปร์ด้วยความสูง 131 เมตร สามารถชมวิวได้ทั่วเกาะสิงคโปร์จากบนนี้

ปีนี้เป็นปีวัว เลยมีตุ๊กตาวัวเป็นจุดให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปกันหนุกหนาน

แล้วเราก็เข้าไปอยู่ในปากสิงโต

ขึ้นไปดูวิวบนหัวสิงโตกัน

แล้วก็ไปกินข้าวเย็น แบบบุฟเฟ่ต์ อาหารรสชาติพอใช้ตามเคย (คือไม่สามารถพูดว่าอร่อยน่ะ)

มีเวลาเหลือเล็กน้อยก่อนจะไปชมการแสดงต่อไป ก็ได้เดินชมสวนดอกไม้แถวนั้น

ดอกไม้ไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่นะ

แต่ดอกนี้ไม่เคยเห็น สวยดี

แล้วก็ถึงเวลาไปชมการแสดง Songs of the Sea ที่เรารู้สึกว่าเป็นไฮไลต์ของทริปนี้เลย ใครได้มาสิงคโปร์ แนะนำว่าไม่ควรพลาดค่ะ เป็นการแสดงแสงสีเสียงริมทะเล บนชายหาด Palawan

ผู้ชมเยอะมาก ตอนนี้ก็รอเวลาการแสดงที่จะมีขึ้นเวลา 7.40 pm

การแสดงเริ่มแล้ว กับแสงแรกของ Show นี้

การแสดงด้วยแสงเลเซอร์ ยิงให้เกิดเป็นภาพ เป็นเรื่องราวการผจญภัยของปลาน้อย Oscar และผองเพื่อน

มีน้ำพุประกอบดนตรีด้วย

ปิดท้ายโชว์ด้วยการจุดพลุแบบอลังการ ดวงไฟเต็มท้องฟ้าไปหมด สวยมาก ประทับใจมากกับโชว์นี้

การแสดงจบ เดินออกมาก็เพิ่งจะเห็นว่า วันนี้พระจันทร์เต็มดวง

ก็จบแล้วสำหรับวันที่ 2

ไปต่อวันที่ 3 ได้ที่นี่ค่ะ http://aoynaja.exteen.com/20090405/entry-1

Comment

Comment:

Tweet

สวยอ่าครับ

#4 By ครีมยางพารา (171.7.248.107|171.7.248.107) on 2014-01-06 10:46

อยากไปบ้างสวยดีครับ

#3 By เที่ยวเชียงราย (101.109.137.114) on 2011-06-06 12:59

การแสดง song of the sea คล้ายๆเมื่อ 6 ปีที่แล้วเลยค่า ตอนนั้นเขาให้ดูฟรีด้วยซ้ำ แล้วก็แสดงตรงบ่อน้ำใหญ่หน้าเมอไลออนแหละ เหมือนเคเบิลจะเก่าขึ้นจริงๆด้วย ตอนที่ขวัยไปมันปิดซ่อมพอดี (คงรู้ตัวแล้วว่าเก่ามาก) ขอบคุณสำหรับภาพงามๆค่า

#2 By duck-life on 2009-10-19 21:04

อยากไปเที่ยวบ้างจัง

รูปสวยมากครับ

#1 By ทัวร์สิงคโปร์ (58.8.125.242) on 2009-07-31 00:18