และแล้วก็ได้ฤกษ์เขียน blog เรื่องนี้ซะที หลังจาก delay มาเกือบ 2 เดือน

ไปทัวร์สิงคโปร์มาจ้า เมื่อวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2552 ก็ไปกับบริษัทที่แม่ทำงานอยู่

เป็นเหมือน outing ของ office แต่ว่าถ้าจะมีผู้ติดตามไปด้วย (อย่างเรา) ก็ได้

แต่จ่ายเงินค่าทัวร์เอง ไม่ได้ไปฟรีหรอกนะ

เราก็โอเค ไม่ได้ไปเที่ยวกับแม่แบบเป็นเรื่องเป็นราวอย่างนี้มาหลายปีแล้ว

ทัวร์นี้ ตามโปรแกรมเค้าเขียนไว้ว่า "สิงคโปร์ครบสูตร 3 วัน 2 คืน

ใครอยากรู้ว่าทัวร์สิงคโปร์แบบครบสูตรนี่เป็นยังไง เที่ยวไหนบ้าง จะครบหรือไม่ครบ ก็ลองดูละกันค่ะ

เริ่มวันแรก คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 8 โมงเช้า กว่าเครื่องบินจะออกก็ 11 โมง

ถึงสิงคโปร์ สนามบินชางฮี เวลาประมาณบ่าย 3 โมง (เวลาที่สิงคโปร์เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมงค่ะ)

อากาศวันนี้ ครึ้มฟ้าครึ้มฝน รูปถ่ายออกมาเลยสีไม่ค่อยสวย

รูปไหนสีไม่สวย เลยทำเป็นขาวดำซะเลย ฮ่าๆๆ

ดูรูปแรกกันเลยดีกว่า

หลังจากออกจากสนามบินก็ขึ้นรถ เพื่อเดินทางไปชมเมอร์ไลอ้อน สัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์

ระหว่างนี้เราก็นั่งรถชมเมืองกัน ตามถนนมีต้นไม้ใหญ่เยอะเลย ดูร่มรื่นดีจัง

แล้วเราก็ได้เห็น London Eye แห่งสิงคโปร์ เอิ๊ก ไม่ช่ายย เค้ามีชื่อของเค้าเองหรอกนะ ชื่อ Singapore Flyer จ๊ะ 

ไกด์บอกว่า ชิงช้าสวรรค์นี่จะเห็นว่ามีลักษณะเหมือนแคบซูล ซึ่งจุคนได้ประมาณ 20 คนต่อ 1 แคบซูลเลยนะ โอ้ ใหญ่จัง

ถ้าขึ้นไป ก็ใช้เวลา 1 ชั่วโมงกว่าจะหมุนครบรอบ นานเหมือนกันเนอะ แต่ก็ดี จะได้คุ้มค่าตั๋ว ฮี่ๆ (ค่าตั๋วประมาณ 30 เหรียญสิงคโปร์ อัตราแลกเปลี่ยนตอนนั้น 24 บาทต่อ 1 เหรียญสิงคโปร์ ลองคิดเป็นเงินไทยดูค่ะว่าเท่าไหร่)

แต่ว่าเคยมีข่าวว่าชิงช้าค้างด้วยอ่ะ มีคนติดอยู่ด้วยเป็นชั่วโมง  

เอ่อ มันก็คงมีผิดพลาดทางเทคนิคกันได้บ้างล่ะเนอะ แต่ได้ยินอย่างนี้ เลยไม่อยากขึ้นละ (อันที่จริงก็ไม่มีโอกาสขึ้นอยู่แล้ว เพราะไม่ได้รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ อิอิ ทำเป็นพูดว่าไม่อยากขึ้นไปงั้นเอง)

นั่งรถต่อไป เราก็จะผ่านสนามปาดัง ตึกที่เห็นคือทำเนียบรัฐบาล สนามนี่ก็คล้ายสนามหลวงบ้านเรานี่เอง

และแล้ว เราก็ได้พบ..Merlion รูปปั้นครึ่งสิงโตครึ่งปลา หันหน้าออกทางอ่าว Marina 

ดูเบื้องหลังสิงโตแล้ว มาดูด้านข้างบ้าง

และอีกด้านหนึ่ง กับมุมยอดฮิต

 

ตึกที่เห็นด้านขวามือ ดูกลมๆ คือ Esplanade เป็นโรงละครที่มีชื่อเสียงของสิงคโปร์ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ตึกหนามทุเรียน เพราะรูปทรงคล้ายหนามทุเรียน (อันนี้พี่ไทยเป็นคนตั้งให้เองอ๊ะป่าวเนี่ย)

ดูมุมแคบๆแล้ว มาดูมุมกว้างแบบพาโนราม่ากันดีกว่า เอาให้เห็นกว้างๆชัดๆกันไปเลย

(ต้องเลื่อนแถบไปทางขวาให้สุดเลยนะ ไม่อย่างนั้นจะเห็นไม่ครบ)

เพิ่งรู้ล่ะ ว่ามีสิงโตน้อยด้วย ^^ อยู่ด้านหลังของ Merlion นั่นเลย

พูดถึง Merlion เลยขอเล่าประวัติสักเล็กน้อย จะได้รู้ว่า ทำไมพวกเราต้องมาที่นี่เพื่อถ่ายรูปกับรูปปั้นนี้ด้วยหว่า

"Merlion เป็นการผสมผสานระหว่างความจริงและตำนาน ซึ่งมีหัวเป็นสิงโต และลำตัวเป็นปลา กำลังโต้คลื่น ส่วนหัวนั้นเป็นสัญลักษณ์ของตำนานการค้นพบ สิงหปุระ หรือสิงคโปร์ในปัจจุบัน ตามตำนานเล่าขานของชาวมาเลย์ ส่วนลำตัวที่เป็นปลาแสดงถึงการเริ่มต้นของสิงคโปร์ที่เต็มไปด้วยหมู่บ้านของชาวประมงในอดีตนั่นเอง" (ส่วนนี้ copy มาจากโปรแกรมทัวร์ล้วนๆ)

แล้วเราก็เดินกลับมาขึ้นรถ เพื่อไปต่อ

จุดที่ขึ้นรถใกล้กับสะพานแห่งหนึ่ง มุมนี้ทำให้คิดถึงสะพานพุธบ้านเราอ่ะ

มุมนี้เนี่ย มีเรื่องคุยนิดนึง แบบว่าหลังจากที่กลับมาจากสิงคโปร์ เราก็ไปเดินดูหนังสือ แล้วเจอหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวสิงคโปร์ เห็นหน้าปกเค้ามีรูปถ่ายตรงสะพานนี้ มุมเดียวกับเราเป๊ะเลย  อุ๊ย แอบภูมิใจนะเนี่ย 55

ระหว่างนั่งรถต่อ ก็ผ่าน Civilian War Memorial ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าสำคัญยังไง เลยไป search หาดูสักหน่อย

"This memorial was erected to remember the shared experiences and struggles of the major races of Singapore during World War II. Every year on 15 February, a memorial service is held here to remember the victims of the war. "

ฝึกภาษาอังกฤษกันหน่อยน๊า คือจะแปลให้ ก็กลัวเสียความหมายน่ะ

ต่อไป เราจะไปวัดเจ้าแม่กวนอิม แต่ก่อนจะถึงวัดเจ้าแม่กวนอิม เราจะผ่านวัดแขกก่อน

ได้ความรู้สึก เหมือนวัดแขกที่สีลมนะ คือไม่กล้าเข้าไปข้างในน่ะ ได้แต่เดินผ่านแล้วก็ดูอยู่ด้านนอก   

แล้วก็ถึงวัดเจ้าแม่กวนอิม ผู้คนล้นหลาม

ได้จุดธูปสักการะเจ้าแม่กวนอิมด้วย แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ไหว้พระแบบจีน คือถือธูปในมือแล้วก็ไหว้ฟ้าดินโดยหันหน้าออกจากวัดก่อน แล้วค่อยหันหน้ากลับเข้าวัด ไหว้อีกรอบ 

แล้วก็เดินชมรอบๆ วัด ผนังกำแพง สลักเสลาสวยงาม

รูปปั้นเด็กถือ(แบก)ลูกท้อ อยู่บนรั้วกำแพง น่ารักดีอ๊ะ

ประตูสีแดงจัด สงสัยเพิ่งทาสี ดูใหม่จัง

แล้วก็ได้เวลาขึ้นรถต่อไป เพื่อเตรียมตัวไปล่องเรือ

ระหว่างนั่งรถ ก็ได้ชมเมืองไปด้วยในตัว คล้ายๆกับ window tour เหมือนกันนะเนี่ย

มาเจอตึกนี้ ข้างนอกเค้าตกแต่งดูแปลกดีแฮะ

ร้านค้าตึกแถวทั่วไปในสิงคโปร์

แล้วก็เจอเซเว่น ทุกที่ทั่วโลกไหมเนี่ย

ตึกเค้าก็ดูสวยดีนะ ออกฝรั่งหน่อยๆ

แล้วก็ผ่านสะพานอีกแห่งนึง ก่อนจะถึงท่าเรือ

มาถึงท่าเรือแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาลงเรือ ระหว่างนี้ดูบรรยากาศรอบๆก่อน

ช่วงที่ไป เพิ่งจะผ่านตรุษจีนมาหมาดๆ เลยยังมีเสานี้ให้ชม พร้อมรับพรไปด้วยในตัว

มาดูท่าเรือกันบ้าง เราจะล่องเรือแบบที่เห็นนี่ล่ะ เค้าเรียกกันว่าเรือ Bumboat สำหรับล่องชมวิวแม่น้ำที่อยู่ใจกลางเมืองสิงคโปร์เลย ในเรือเค้ามีบรรยายเสียงภาษาไทยด้วยนะ เพื่อบรรยายความสำคัญของสถานที่ต่างๆที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำ แต่เราแทบไม่ได้ฟัง เพราะไปนั่งอยู่ท้ายเรือ เสียงไปไม่ถึง น่าเสียดายเหมือนกัน แต่ก็ต้องเลือกเอาอ่ะ ถ้าอยากถ่ายรูปแบบไม่มีหน้าต่างบัง ก็ต้องไปอยู่ท้ายเรือ ซึ่งแน่นอนว่าเราก็เลือกถ่ายรูปไว้ก่อน ข้อมูลเอาไว้หาทีหลังก็ได้

   

จะลงเรือแว้ว

รูปนี้คงไม่ต้องบอก ว่าแถวนี้เค้าเรียกว่าอะไร ก็ป้ายใหญ่ซะขนาดนี้

เรือล่องออกไปทางอ่าวมาริน่า ที่ตั้ง merlion นั่นแหละ แต่คราวนี้ไม่เอารูปสิงโตมาลงล่ะ คงจะเห็นกันจนเบื่อแล้ว มาดูมุมที่เราไม่ได้เห็นเมื่อกี้ดีกว่า

เรือล่องไป แล้วก็ล่องกลับ คราวนี้ก็จะเห็นด้านหลังหมู่ตึกในรูปก่อนหน้านี้

แล้วก็เจอสะพานอีกแล้ว เอ่อ ก็แม่น้ำนี่เนอะ สะพานย่อมมีอยู่มากเป็นธรรมดา

ตอนนี้ก็เย็นแล้ว เริ่มมีการเปิดไฟตามจุดต่างๆ นี่ถ้ามาตอนมืด คงได้เห็นแสงสีมากกว่านี้

สองฝั่งแม่น้ำ ส่วนมากจะเป็นร้านอาหาร ก็นะ ที่ไหนมีแม่น้ำ ก็ต้องมีร้านอาหารริมน้ำ ฮ่าๆ ใช่ไหมเนี่ย

ล่องเรือเสร็จ ก็กลับโรงแรม เอ๊ เราข้ามช่วงอาหารเย็นไปเลยนะเนี่ย กินไปเมื่อไหร่นะ ลืมไปเลย

อ้อ ๆ นึกออกแล้ว ก่อนมาล่องเรือนี่ล่ะ กินตั้งแต่ประมาณ 5 โมงเย็นเมืองไทย เป็นข้าวเย็นที่เร็วมากๆ อาหารไม่ค่อยประทับใจอ่ะ เลยไม่ถ่ายรูปมาลง ไกด์บอกว่าอาหารสิงคโปร์ก็แบบนี้ จืดๆ ไม่ค่อยมีรสชาติ เลยไม่ถูกปากคนไทยอย่างเราเท่าไหร่

กลับถึงโรงแรมแล้ว ยังหัวค่ำอยู่เลย ไป shopping ตอนค่ำคืนดีกว่า เพราะโรงแรมก็อยู่ใกล้กับถนน Orchard ซึ่งเป็นถนนแห่งการช้อปปิ้งของสิงคโปร์ด้วย อันนี้ไม่อยู่ในโปรแกรมทัวร์ แต่ไกด์ก็ยินดีพา(เดิน)ไป ก็ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาทีก็มาถึง

ริมถนนก็มีการแสดงของวณิพกด้วย

กายกรรมก็ยังมี นี่ยังเด็กอยู่เลย

ดูอยู่ได้แป๊บนึง ก็เดินเข้าห้าง Takashimaya ซึ่งเป็นห้างที่ไกด์บอกว่าใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ไม่รู้จริงไหม แต่ว่ามันก็กว้างใหญ่จริงๆล่ะ แต่ยังไงก็ตาม เราก็ซื้อของอะไรไม่ได้เลย จากการเดินอยู่ประมาณชั่วโมงนึงได้  แต่มีสิ่งเดียวที่ดูดเงินสิงคโปร์ออกจากกระเป๋าเราได้เป็นอย่างแรกก็คือไอติมโยเกิร์ตนั่นเอง ฮ่าๆ แบบว่าเป็นพวกชอบอาหารการกินมากกว่าเสื้อผ้าเครื่องประดับน่ะ

เอาล่ะจบแล้วสำหรับวันแรก

ต่อวันที่ 2 ตาม link นี้เลย http://aoynaja.exteen.com/20090405/entry

Comment

Comment:

Tweet

สิงคโปร์น่าเที่ยวมากเลย อยากไปทัวร์สิงคโปร์จริง ๆ

#3 By ทัวร์สิงคโปร์ (58.8.125.242) on 2009-07-31 00:23

ขอบคุณที่แนะนำค่ะ เรื่องซีเปีย ไว้จะลองไปทำดู แต่คงไม่ใช่ทริปนี้แล้วล่ะค่ะ เพราะว่าทำรูปเอาไว้หมดแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาเรียบเรียงรูปและเรื่องราวมาใส่ blogเลย

#2 By Aoy+ on 2009-03-29 22:52

บรรยากาศน่าท่องเที่ยวมากๆ เลยค่ะ ^^

ใกล้ๆ ไทยนี่เองเนอะ สิงคโปร์ น่าไปจัง

แก้รูปที่คิดว่าไม่สวยเป็นขาว - ดำ ก็ดูดีไปอีกแบบ
แอบขอแนะนำว่า ลองทำเป็นโทนซีเปียน้ำตาลๆ ดูสิคะ
จะได้ดูเป็นภาพจากความทรงจำ เอาไว้ย้อนนึกถึงคืนวันที่ได้ไปเที่ยว ทำโทนซีเปียหมดเลยก็ยังได้ อิอิ

#1 By Rabbiz! on 2009-03-29 01:32