Malaysia Trip

posted on 07 Dec 2008 00:12 by aoynaja  in Foreign

ทริปนี้เป็นทริปที่ไปเที่ยวต่างประเทศกับแม่ ป้า แล้วก็ลูกของป้าอีก 1 คน เมื่อวันที่ 24-27/6/04

เป็นทริปล่าสุดที่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับแม่นะนี่ ทริปต่อไปที่จะไปกับแม่ ก็คือสิงคโปร์ เดือนกุมภาปีหน้า

หวังว่าจะไม่เลื่อนอีกนะ (ตอนแรกจะไปวันที่ 5-7 ธันวาคมนี้ แต่ก็เนื่องจากเหตุการณ์พันธมิตรปิดสนามบิน แล้วสนามบินตอนนี้ถึงจะเปิดแล้วเมื่อวันที่ 4 แต่สายการบินสิงคโปร์ก็ยังไม่พร้อมที่จะมาลง เลยมีอันต้องเลื่อนทริปนี้เลย เฮ้อออ)

เอาล่ะ มารำลึกความหลังระหว่างรอทริปสิงคโปร์ละกัน 

24/6/04

ออกจากบ้านเวลาเที่ยง ถึงสนามบิน 12.30 แล้ว check-in ไปหาอะไรกินที่ KFC ก่อนจะไปรอที่ gate

ตามเวลาเครื่องบินออกคือ 15.10 น. แต่เครื่อง delay กลายเป็น 16.00 น. เข้าไปในเครื่องแล้ว ยังไม่ได้บิน มีปัญหาทางเทคนิคอีกต้องรอเกือบชั่วโมง สรุปเครื่องบินออกมาตอนประมาณ 5 โมงเย็น!! (ขอบอกว่าบินกับสายการบิน air asia ซึ่งก็ได้ยินมาบ้างเกี่ยวกับความล่าช้า เลยทำใจมาแล้ว)

ภาพข้างบนถ่ายจากบนเครื่องบิน ทำให้เห็นจริงๆว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า 

ต่อไป ดูพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้ากันบ้าง ดูกันบนเครื่องบินนี่ล่ะ

ถึงมาเลเซียตอน 19.30 น.(เวลาของมาเลเซีย ซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) คิดเป็นเวลาไทยคือ 18.30 น. แต่กว่าจะทำเรื่องเข้าเมือง (Immigration) เสร็จอีก ก็ 1 ชั่วโมงเพราะเจอเจ้าหน้าที่ทำงานช้ามาก ออกจากสนามบินก็เกือบ 3 ทุ่ม (ต่อไปจะพูดเป็นเวลาของมาเลย์นะ) นั่ง taxi เข้าเมืองกัวลาลัมเปอร์ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ค่า airport taxi นี่ประมาณ 100 เหรียญ (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ริงกิต = 11 บาท)

นั่งรถมา ใกล้จะถึงโรงแรมแล้ว ก็เห็นสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่แห่งกัวลาลัมเปอร์ .. ตึกปิโตรนัส (KLCC Twin Tower) นั่นเอง

ถ่ายจากใน taxi นะเนี่ย ได้มุมดีซะด้วย ไม่น่าเชื่อ ฮี่ๆๆ

ถึงโรงแรมก็ check-in ซึ่งค่าห้องตกคืนละ 180 เหรียญต่อห้อง นี่ราคาโปรโมชั่นแล้ว ลืมบอกโรงแรมชื่อ Corus มีอยู่ในอังกฤษ ออสเตรเลีย มาเลเซียรวม 78 แห่ง เพิ่งรู้ตอนอ่านประวัติแฟ้มในห้องของโรงแรมนี่น่ะ

ห้องเรา อยู่ชั้น 10 เป็น executive floor ซะด้วย ตอนพี่เค้าจองมาก็ไม่รู้หรอกว่าจะได้อยู่ห้องระดับนี้ ความแตกต่างที่เห็นคือ ชั้น executive จะมีกุญแจสำหรับไขลิฟต์ ถ้าใครไม่มีกุญแจก็จะขึ้นมาไม่ได้ (เกิดมาเพิ่งเจอนี่แหละ) สำหรับในห้องก็โอเค ไม่ได้หรูหราอะไรมาก แต่ก็ชอบที่ไม่มีกลิ่นอับ ไม่มีกลิ่นสเปรย์ดับกลิ่น อย่างที่เคยเจอในหลายโรงแรม มี high speed internet ด้วย ถ้าจะใช้ต้องเสียค่าบริการ 2 RM/ นาที (แพงจัง) ยังไงก็คงไม่ได้ใช้ เพราะไม่ได้เอาคอมไปด้วยซะหน่อย

หลังจาก check-in แล้วก็เข้าห้องไปวางของ แล้วก็ออกมากินข้าวตอนเกือบ 4 ทุ่ม โอ้ ไม่เคยกินข้าวดึกขนาดนี้เลยนะนี่ แต่ก็ต้องกินอ่ะนะ ไปกิน pizza hut เพราะเป็นร้านที่ใกล้โรงแรมที่สุด

ร้าน fast food ที่นี่เปิดเวลา 7 am-11 pm ดึกดีจัง ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีอะไรให้กินซะแล้ว โชคดีที่ร้านยังเปิด ได้กิน pizza หน้าแปลกๆด้วย จำชื่อไม่ได้แล้ว แต่ที่เมืองไทยไม่มีหน้านี้แน่นอน เป็นเหมือนสะเต๊ะทูน่ากับปูอัด พวกเรามี4 คน กิน combo set 1 ชุด มีพิซซ่าถาดใหญ่ (2 หน้า) แล้วก็โค้ก 1 เหยือก สลัด 1 ที่ ซุปไก่ 4 ถ้วย คัสตาร์ด 4 ถ้วย ของทอดอีก 1 จาน รวมหมดนี้ 46 เหรียญ ก็ตกคนละ 100 กว่าบาทได้ ถือว่าไม่แพงเท่าไหร่ สำหรับอาหารเยอะขนาดนี้ ก็อิ่มมาก เสร็จแล้วก็เดินกลับโรงแรม ถ่ายรูปไปด้วย

อ่ะ มาดูร้าน Mc Donald ณ KL กัน (เอ้อ ทำไมไม่ได้ถ่ายร้าน pizza hut ที่ไปกินก็ไม่รู้นิ)

เห็นตึกปิโตรนัสอีกแล้ว สวยดี จากในรูปนี้จะเห็นโรงแรมที่เราพักอยู่ด้านบวามือ ส่วนผู้หญิงสองคนข้างหน้า ก็คือแม่กับป้าเราเอง

 

ถึงโรงแรมแล้ว กว่าจะได้นอนก็ตี 1

25/6/04

ตื่น 8 โมง แล้วก็กินข้าวเช้าในโรงแรม อาหารเช้านอกจากมี American breakfast ก็มีพวกข้าวต้มแล้วก็ข้าวกับน้ำพริกด้วย แปลกดี แต่ไม่อร่อย อาหารถือว่าเยอะ แต่ไม่ค่อยถูกปากเรา ที่ชอบคงมีนมใส่มูสลี่ กับขนมปังปิ้งเท่านั้นแหละ ก็กินเสร็จ 10 โมง แล้วออกจากโรงแรมก็ 10 โมงครึ่ง เดินไปตึกปิโตรนัส จะขึ้นไป sky bridge แต่วันนี้ไม่ได้ขึ้น เพราะว่าตั๋วหมดแล้ว อดขึ้นเลย (ฟรีซะด้วย) เลยได้แต่ถ่ายรูป ซึ่งก็ไม่สวยเท่าไหร่เพราะมันมีหมอกเยอะ



หลังจากถ่ายรูปเสร็จก็ไป shopping ที่ Suria KLCC ซึ่งอยู่ข้างๆตึกปิโตรนัส
ที่นี่ใหญ่ แล้วก็มีร้านbrand name หรูเยอะเลย มีห้าง 2 ห้างอยู่ข้างในคือ Isetan กับ Parkson พวกเราก็ไปเดินทั้ง 2 ห้างแหละ แล้วก็ไปกินอาหารกลางวันที่ food court ชั้น 7

เรากิน black sauge seafood noodle ราคา 6.9 เหรียญ กับน้ำเปล่า 1 ขวดราคา 1.8 เหรียญ บะหมี่นี่หวานมาก แต่ก็แปลกดี มีตอกไข่ใส่มาด้วย เป็นบะหมี่ผัดใส่กุ้ง ปลาหมึก ลูกชิ้นปลา เห็ดหอม แล้วก็ใส่ไข่อยู่ในจานกะทะร้อน เราสังเกตเห็นร้านอาหารใน food court นี่ทุกร้านจะมีขายน้ำอ้อย (sugar cane) กับน้ำนมถั่วเหลือง (soya bean) ไม่รู้เป็นน้ำประจำชาติหรือยังไงก็ไม่รู้

ในห้างหรือถนนหนทาง เราก็จะเห็นผู้หญิงมุสลิมใส่ผ้าคลุมหัว แล้วก็ชุดมาเลย์ ประมาณ 70% ของผู้หญิงทั้งหมดที่เราเห็นเลยก็ว่าได้
แต่บางคนใส่ชุดมาเลย์ ไม่ใส่ผ้าคลุมหัว บางคนใส่ผ้าคลุมหัว แต่ชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดาก็มี

เลยเดาว่าที่เห็นชุดยาวๆ คือชุดมาเลย์ ไม่ใช่สำหรับคนอิสลาม คนอิสลามถึงจะใส่ผ้าคลุมหัว แต่อาจจะไม่ใส่ชุดมาเลย์ก็ได้ 

ชุดมาเลย์เป็นเสื้อแขนยาว ชายเสื้อยาวถึงเข่า แล้วก็กระโปรงยาวคลุมถึงเท้าเลย ส่วนใหญ่เป็นผ้าลายดอก ก็ประทับใจกับชุดแต่งกายประจำชาติเค้านะ

กินข้าวกลางวันเสร็จ ก็ไป KL tower หรือชื่อเต็มคือ Menara Kuala Lumpur

ที่นี่เป็นจุดชมวิวทั่วเมืองกัวลาลัมเปอร์โดยรอบ แต่วันนี้หมอกเยอะเลยไม่ค่อยเห็นไกลมากนัก รูปภาพถ่ายเลยออกมามัวๆ 

ก่อนจะขึ้นไปหอคอยนี่ได้ต้องเสียค่าธรรมเนียม 15 RM เค้ามีไกด์เป็นหูฟัง มีหลายภาษา แล้วแต่ว่าเราเป็นชาติไหน มีภาษาไทยด้วย แต่ฟังไปแบบไม่ค่อยตั้งใจเท่าไหร่ เพราะพะวงกับการถ่ายรูปมากกว่า

มาดูวิวจากบนหอคอยกันซิว่าจะมัวแค่ไหน อิอิ

ยังคงเห็นตึกปิโตรนัสได้จากข้างบนนี้

อยู่ที่นี่แป๊บนึง ก็นั่ง taxi ราคาประมาณ 10 เหรียญ ไปที่อาคารสุลต่าน หรือชื่อเต็มคือ BANGUNAN SULTAN ABDUL SAMAD ซึ่งอยู่ที่ Merdeka Square

 

ดูรูปด้านซ้าย ด้านขวา แล้วมาดูด้านหน้าชัดๆกันบ้าง

ในที่สุดวันนี้ก็มาครบ 3 จุดเด่นของกัวลาลัมเปอร์ คือ ตึกแฝด, KL Tower, อาคารสุลต่าน ที่รู้เพราะตามพวงกุญแจหรือ postcard ที่ระลึกก็จะมี 3 สถานที่นี้เสมอ

ถ่ายรูปเสร็จก็นั่ง taxi ไปต่อ

พูดถึง taxi มาหลายครั้งแล้ว ถ่ายรูป taxi มาเลย์มาให้ชมสักหน่อย

ระหว่างทาง ก็เห็นรถไฟลอยฟ้า ดูเก่าจังนิ

 

แล้วก็มาถึงที่ย่านหนึ่ง (ชื่ออะไร จำไม่ได้ล่ะ แหะ แหะ) ที่ 2 ฝั่งถนนก็เป็นห้างทั้ง 2 แห่งเลย ห้างแรกที่เข้าไปก็มี isetan เหมือนกัน เสร็จแล้วก็กินข้าวเย็น ที่ food court เรากินบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง ก็อร่อยใช้ได้ ได้ลองดื่มวานิลลาโค้กด้วย เลยรู้ว่ากลิ่นที่เราได้กลิ่นบ่อยๆสำหรับอาหารที่มาเลเซียคือ วานิลลานี่เอง เค้าอาจจะใส่วานิลลาในอาหารหรือว่ากลิ่นอาหารเค้ามันเหมือนกลิ่นวานิลลาก็ไม่รู้นะเนี่ย

พอกินเสร็จก็เดินไปดูห้างอีกฝั่งนึง เหมือนมาบุญครอง ก็มีห้าง parkson (อีกละ) เข้าไปเดินนิดหน่อย ไม่มีอะไร ป้าเราบ่นเมื่อยแล้วเมื่อยอีก เลยกลับตั้งแต่เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ตอนแรกเราอยากนั่งรถไฟฟ้าลอยฟ้ากลับ แต่ป้าเดินขึ้นบันไดเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าไม่ไหว บอกว่าจะกลับ taxi เลยอดนั่งรถไฟฟ้ามาเลย์เลย ไม่เป็นไร ก็กลับมาเขียนบันทึก ตอนเขียนก็ฟังเพลงทางทีวีไปด้วย มีสถานีเพลงจีน เพราะดี เป็นเพลงจีนยุคใหม่นะ อย่างพวก F4 ก็ชอบฟังนะ เขียนเสร็จก็นอน

26/6/04

ตื่นตั้งแต่ 6 โมง แล้วก็กินข้าวเช้าตอน 7 โมง ออกจากโรงแรม 8 โมงครึ่งไปขึ้นรถไฟฟ้าที่ ampark station นั่งจนถึงสถานีปลายทางคือ putra ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

 

รถไฟเค้าดูขบวนสั้นๆเนอะ  ก็น่ารักดี 

จากนั้นก็ขึ้นรถบัสที่นั่นเพื่อไป genting

ที่สถานี putra นี้จะมีที่ให้ซื้อตั๋วรถบัสไป genting ซึ่งมีแบบเหมาไปกลับรวมตั๋วขึ้น sky cable car 2 รอบ (ไป-กลับ) และอาหารกลางวัน 1 มื้อ (หรือเล่นสวนสนุก คือต้องเลือกอย่างหนึ่ง) รวมราคา 27 RM/คน นี่อัตราวันหยุดนะ ถ้าวันธรรมดาก็จะถูกกว่านี้ ก็นั่งรถ bus ประมาณ 1 ชม. จึงจะถึง genting แบบว่าหลับไปได้เลย

พอลงรถเวลาประมาณ 10 โมง ก็ขึ้น lift ไปชั้น 3 ของสถานีรถ ซึ่งเป็นจุดไปต่อ sky cable car ก็นั่งกระเช้าลอยฟ้า ไปประมาณ 15 นาทีได้

 

อากาศเย็นขึ้นเรื่อยๆ ต้องเอาเสื้อกันหนาวแบบ jacket มาใส่ เพราะ genting อยู่บนภูเขาสูงขนาดที่เราสามารถจับเมฆได้เลย ก็เย็นดี วิวสองข้างทางเป็นป่าทั้งหมด

นี่ถึงจุดที่ใกล้จะถึง genting แล้ว บรรยากาศผิดกับรูปเมื่อกี้เลย

 

พอถึง genting ก็มีโรงแรมหลายแห่งมาก casino ก็มีทุกโรงแรมเลย

เราไปเล่น slot machine ลงทุนแค่ 10 เหรียญ เล่นแป๊บเดียวก็หมด พอตังหมดก็เลิกเล่น

ก็ได้แต่เดินดูบรรยากาศข้างใน (เค้าไม่ให้ถ่ายรูปน่ะ) อยู่ใน casino แสบตาไปหมดเพราะคนสูบบุหรี่กันทั้งนั้น

ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนจีนมาเลย์ ไม่มีฝรั่งมาเที่ยวเลย เพิ่งนึกได้ว่าที่นี่แทบไม่เห็นคนมุสลิมเลย รู้ทีหลังว่าเป็นเพราะศาสนาอิสลามห้ามเล่นการพนัน แล้วคนที่นี่เค้าก็เคร่งครัดศาสนากันมากด้วย ที่เห็นคนอิสลามที่นี่ก็มีบ้าง แต่อาจจะแค่มาดูเฉยๆ หรือไม่ก็เล่นสวนสนุก เพราะที่นี่มีสวนสนุก สวนน้ำด้วย

หลังจากเราอยู่ใน casino ก็ไปกินอาหารกลางวันตามคูปองที่ซื้อมาพร้อมตั๋วรถ เป็น buffet แต่เลือกกิน main course ได้ 1 อย่าง เรากิน steakไก่ ส่วนคนอื่น กินข้าวหมูย่าง หมูนี่หนังเค็ม อร่อย แต่เนื้อไม่มีรสชาติเลย นอกจาก main course ก็มีสลัดผัก ผลไม้ ขนมหวาน เป็นขนมพื้นเมือง (ส่วนใหญ่ทำจากข้าวเหนียว ซึ่งเราว่าไม่อร่อยเลย สู้ขนมไทยก็ไม่ได้)

กินเสร็จก็เดินไปดูสวนสนุก จากสวนสนุกซึ่งอยู่ในตึกจะเห็นสวนน้ำอยู่ด้านนอก

 

แล้วก็เห็นโรงแรมต่างๆ นี่ก็เป็นโรงแรมหนึ่ง ที่คิดว่าน่าจะเป็นจุดเด่นของที่ genting เพราะสีสันแรงเหลือหลาย

 

ไปสวนสนุก ไม่ได้เล่นอะไร เพราะเลยวัยไปแล้น อิอิ ได้แต่ไปถ่ายรูปแล้วก็กลับเลย เพื่อลงไปขึ้นรถตอนบ่าย 2 (ต้องจองเวลากลับก่อน ตอนขามาที่รถ bus มาถึงสถานี genting แล้ว)

ขากลับนี่ฝนตกแต่ดีที่ไม่เปียกเพราะอยู่ในหลังคาตลอด ฝกตกตั้งแต่นั่งกระเช้ากลับลงมา อยู่ในกระเช้าไม่เห็นอะไรเลย เมฆหมอกเต็มไปหมด แต่พอลงมาก็ขึ้นรถ bus ซึ่งจะเข้ามาจอดในสถานีรถซึ่งมีหลังคา พอลงรถ ฝนก็หยุด แต่พอเข้ามาที่สถานีรถไฟฟ้า ฝนก็ตกอีก ดีที่เข้ามาในสถานีแล้ว แต่ที่สถานีนี้เครื่องขายตั๋วรถไฟฟ้าเกิดเสียพอดี เลยต้องต่อแถวยาวรอซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่

ก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปลงสถานี KLCC ซึ่งเชื่อมต่อกับห้าง SURIA KLCC เลยไม่ต้องออกไปเจอฝนข้างนอกเลย เพราะเข้าห้างต่อพอดี

 

เดิน isetan แล้วก็ออกมาเดินตรง complex ซื้ออะไรไม่ได้เลย เดินไปเข้าร้านCD เพลงด้วย ราคาประมาณ 40 RM ส่วนเทปเพลงราคา 18 RM ถือว่าแพงกว่าเมืองไทยตั้งเท่านึงแหนะ ตอนแรกว่าจะซื้อเพลงมาเลย์มาแล้ว แต่เปลี่ยนใจเพราะคิดว่าคงไม่ชอบเท่าไหร่ ก็ได้ดู trend เพลงในมาเลย์มาก็พอแล้วล่ะ

เดินๆพักๆ แล้วก็กินข้าวเย็นที่ food court อีกแห่งในห้างนั่นแหละ

 

เรากินอาหารมาเลเซียชื่ออะไรไม่รู้ ASAM KAYARN อะไรนี่แหละ เหมือนขนมจีนน้ำเงี๊ยว รสเปรี้ยว มีไข่ให้ครึ่งฟอง นอนนั้นก็มีผัก เครื่องเทศ แล้วก็เส้นเหมือนก๋วยจั๊บญวน แต่ใสกว่า นอกจากนี้ ก็ยังกินอย่างอื่นอีก อาทิ มะตะบะไส้ไก่, โรตีไส้กล้วย,นาน (เหมือนแป้งโรตี+ แป้งพิซซ่า) ซี่งกินกับไก่ย่างบาร์บีคิวแล้วก็กินก๋วยเตี๋ยวกุ้ง (Tiger Prawn) ก็อร่อยดี ที่พูดมานี่กินแค่อย่างละคำนะ แบบว่าแบ่งๆกันกินกับคนอื่นๆด้วยไง (ถ้ากินคนเดียวทั้งจานทุกอย่างที่ว่ามานี่ คงไม่ต้องเดินกลับแน่ แต่ว่าต้องกลิ้งไปน่ะ ฮ่าๆๆ) อาหารแปลกดี ไม่เคยกิน เลยกินทุกอย่าง

กินเสร็จตอน 2 ทุ่มได้ก็นั่งรถ taxi กลับ (ความจริงเดินก็ได้ แต่ป้าจะนั่ง taxi) ก็ดีเหมือนกัน เพราะเราก็เจ็บเท้าเหมือนกัน เดินมาทั้งวันแล้วนี่นา ก็กลับโรงแรมมาเก็บของ เพราะพรุ่งนี้ต้องกลับแล้ว

คืนนี้ มีเวลาเหลือเยอะ เลยดูรายการทีวีของเค้าสักหน่อย มีประกวดร้องเพลงเหมือน AF บ้านเราเลย



27/6/04

ออกจากโรงแรมตอน 10 โมงเช้า ต้องถึงสนามบิน 11 โมงเพื่อ check-in เพราะเครื่องออกบ่ายโมง

ระหว่างทาง เห็นตึกนี้ รูปทรงแปลกตา

ส่วนนี่ ทางด่วน เหมือนบ้านเราแหละ

และแล้วก็มาถึงสนามบิน ชอบสนามบินเค้านะ กว้างใหญ่ สะอาด ดูทันสมัยมากๆ คล้ายสนามบินฮ่องกง

ก่อนขึ้นเครื่องก็กินขนมปังไส้กรอกอันนึง ราคาตั้ง 100 บาทได้ อาหารขายในสนามบินก็แพงอย่างงี้แหละ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้กินอะไร เพราะตอนนั้นก็กลางวันแล้ว บนเครื่องบินก็ไม่มีอะไรให้กินเสียด้วย

และนี่คือเครื่องบินที่จะพาเรากลับกรุงเทพกันล่ะ

กว่าจะกลับถึงกรุงเทพก็บ่าย 2 โมง ดีตรงที่คราวนี้เครื่องบินไม่ delay เหมือนขามา

จบแล้วสำหรับทริปมาเลย์ แล้วเจอกันในทริปต่อๆไปนะจ๊ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รูปถ่ายสวยมากๆ

เป็นอีกประเทศที่น่าไปนะคะ
ดูแตกต่างจากมาเลเซียในความคิดเลย
ฮ่าๆๆๆๆๆ

#1 By zeam on 2008-12-07 17:47

ขอบคุณที่มาเม้นให้นะคะพี่

จารอคอย ทริปหน้าของพี่นะ

พี่บอกว่าเลยวัยนู๋มานานแล้ว
แต่อีกไม่นาน นู๋ก็จะหมดวัยนี้แล้วแหละ
แหะๆ

#2 By zeam on 2008-12-08 20:14

ถ่ายรูปได้สวยจริงๆ
มาเลเซียใกล้บ้านเรา แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปเลยเรา
บ้านเมืองเค้าตึกรามบ้านช่องเค้าสวยดีเนอะ

น่าสนใจหลายๆ เอนทรีด้านข้างมากเลยค่ะ
เที่ยวเยอะนะคะเนี่ย ไว้ทะยอยดูทีละเอนทรีๆ ^^

#4 By moodee on 2008-12-10 00:14

ขอบคุณที่มาเยื่ยมชมกันค่า surprised smile
จริงๆก็ไม่ได้ไปเที่ยวบ่อยนักหรอกค่ะ ปีนึงอย่างมากก็คง 3-4 หนได้มั๊ง
กว่าจะเก็บรวบรวมทริปได้ขนาดนี้ ก็หลายปีเลยล่ะค่ะ double wink

#5 By Aoy+ on 2008-12-10 22:04