ชิวๆที่ปราณบุรี

posted on 21 Jun 2008 23:32 by aoynaja in Local

ไป outing กับ office เมื่อวันที่ 6-8/6/51 ก็ผ่านมาได้ 2 อาทิตย์แล้วสินะ เวลาผ่านไปเร็วจัง

ปีนี้เป็นปีแรกก็ว่าได้ ที่ไปเที่ยวกับ office แล้วถือว่าเป็นการไปพักผ่อนจริงๆ เพราะพอไปถึงที่พักแล้ว ก็ไม่มีกิจกรรมอะไรที่ต้องทำ

ไม่มีพาไปเที่ยวชมสถานที่อื่นๆ ประมาณว่าถูกพามาปล่อยเกาะ เอ้ย ไม่ใช่ มาปล่อยที่รีสอร์ทตะหาก

เตรียมหนังสือมาอ่านเล่มนึง คิดว่าคงไม่มีอะไรอย่างอื่นทำแน่ๆ นอกจากนั่งๆ นอนๆ 

แต่ไปๆมาๆ มันก็มีอะไรให้ทำ จนไม่ได้อ่านหนังสือที่เตรียมไปอยู่ดีแฮะ

แล้วเอาเวลาไปทำอะไรล่ะเนี่ย ไปดูกัน

เริ่มจากนั่งรถจากกรุงเทพ (ออกมาตอนประมาณ 9 โมงเช้า) แล้วก็มาถึงหัวหิน เพื่อแวะกินอาหารกลางวันตอนเที่ยงพอดี

มื้อแรกนี่ก็ประเดิมอาหารทะเลกันเลย มีกุ้งอบวุ้นเส้น ข้าวผัดปู ปลาทอด ปลาหมึกทอดกระเทียม แล้วก็ปูม้านึ่ง จานใหญ่มาก ปูสดดี น้ำจิ้มก็เด็ด อร่อยดี

เอารูปมายันว่าปูจานใหญ่จริงๆ

หลังทานเสร็จ ก็ไปดูตัวเป็นๆในบ่อหน้าร้าน ที่เห็นนี่ก็กุ้ง (คิดว่าเป็น lobster นะ) แมงดาทะเล ปู แล้วก็มีปลาปักเป้าด้วย

ขอบอก(อย่างอายๆ) ว่าเพิ่งเคยเห็นปลาปักเป้าครั้งแรกก็ที่นี่แหละ (แต่ในรูปนี่มองไม่เห็นอ่ะ) เห็นตอนมันพองลมพ่นน้ำด้วย จากตัวปลาแบนๆปกติ มันก็อ้วนกลมขึ้นมาเลย ตอนที่ได้เห็น เราก็ตื่นเต้นพอกับเด็กๆที่ยืนดูอยู่ข้างๆกันเลย 555

ออกจากหัวหิน ก็นั่งรถต่อไปปราณบุรี ประมาณเกือบชั่วโมงได้ ก็ถึงรีสอร์ทที่พักของเราแล้ว "Praseban"

ใครสนใจเชิญดู web ได้ที่นี่จ๊ะ http://www.praseban.com

ตอนแรกเห็นชื่อภาษาอังกฤษ เราก็อ่านว่า "เพรสแบน" แต่ปรากฎว่า เค้าอ่านออกเสียงว่า "ประเสบัน" แหม่ คนละเรื่องกันเลยนิ

ที่นี่เป็นรีสอร์ทเล็ก แต่ก็ถือว่าหรูเหมือนกัน จำนวนห้องพักทั้งหมดแค่ 14 ห้องเอง และแน่นอนว่าไม่สามารถรองรับพนักงานทั้งหมดของ office เราได้ ซึ่งจำนวนทั้งหมดที่มาเที่ยวกันนี้ก็ประมาณพันคนได้ จึงมีการแยกโรงแรม รีสอร์ทที่พักกันถึง 10 แห่ง เพราะที่พักแถวปราณบุรี ส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ทเล็กๆ ไม่ค่อยมีโรงแรมใหญ่ๆเท่าไหร่

พอถึงรีสอร์ท ก็สำรวจห้องพักก่อนเลย ห้องพักไม่ได้ต่างจากห้องตามโรงแรมเท่าไหร่

แต่ที่แปลกแบบว่าไม่เคยเจอคือประตูห้องน้ำนี่แหละ เค้าทำเป็นประตูแบบไทยโบราณ กลอนเป็นกลอนไม้ ได้ feel ย้อนยุคมากๆเลย

ไม่เพียงแต่ประตูห้องน้ำที่มีกลอนไม้ แต่ป้าย "please do not disturb" หรือ "please clean up the room" ก็ยังเป็นไม้ด้วย เก๋ดีจัง (เห็นพนักงานที่นี่ เค้าบอกว่าเจ้าของรีสอร์ทเป็นคนแวดวงโฆษณา มิน่าล่ะ ถึงมีไอเดียเก๋ไก๋แบบนี้)

ออกจากห้อง ก็ไปถ่ายรูปริมหาดกัน รีสอร์ทนี่ติดทะเลเลย ดีจัง

หน้ารีสอร์ทนี่ จะมีธงสีขาวเป็นสัญลักษณ์ ตอนนี้ลมดี ธงปลิวเชียว

ทะเล กับเรือ ของคู่กันจริงๆ

ถ่ายไปได้ไม่กี่รูป แบตกล้องหมดซะแหล่ว เลยต้องยุติการถ่ายรูปด้วยกล้องตัวเอง ไปชาร์จแบตซะก่อน

แต่ความพยายามในการถ่ายรูปของเรา ยังไม่หมดแค่นั้น กล้องตัวเองไม่มี ก็หันไปยืมกล้องเพื่อนมาถ่ายรูปรีสอร์ทต่อ 55 พยายามซะจริง แต่ว่าจนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่ได้รูปจากกล้องเพื่อนเลย ดีนะที่เราใช้กล้องตัวเองถ่ายใหม่อีกวันนึง เดี๋ยวมาดูกันต่อ สำหรับของวันพรุ่งนี้

ถ่ายรูปเล่นเสร็จก็ไปนอนแป๊บนึง แล้วก็ออกไปทานอาหารเย็นที่ร้านข้างนอก ที่ office เค้าจัดไว้ให้ ก็เป็นอาหารทะเลเช่นเคย คราวนี้มีกุ้งลวก แล้วก็เมนูอีกหลายอย่างที่ไม่ซ้ำกับมื้อกลางวัน แต่ว่าถ่ายรูปแล้วไม่ค่อยชัดเลยไม่มีรูปมาให้ดูน๊า คงไม่ต้องเห็นภาพก็ได้มั๊ง กุ้งลวกคงพอนึกภาพกันออกใช่มะ ฮี่ๆ

กินเสร็จ กลับโรงแรม มืดค่ำแล้ว ดูทีวีแป๊บ ก็นอน

ตื่นแต่เช้ามืด เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นริมทะเล

นี่ไง พระอาทิตย์ริมทะเล

 อิอิ มุขนี่เวิร์กไม๊เนี่ย

อ๊ะ มาดูพระอาทิตย์จริงๆกันดีกว่า

พาดูทะเลตอนเช้ากัน

อากาศดีเลยล่ะ ฟ้าก็สวย

ปูลม ตัวเล็ก วิ่งเร็วมาก ใครกันนะบอกว่าต้องมาจับปูลมเล่มกัน เราไม่เห็นว่ามันจะน่าจับตรงไหนเลย

และนี่คือที่มาของปูลม ..รูปูนั่นเอง เพียบเลย

หน้ารีสอร์ทยามเช้า

ดูน้ำทะเลกันแล้ว มาดูน้ำสระกันบ้าง  

 

หินสวยๆริมสระน้ำ

น้ำใส..เพราะคนนี้นี่เอง (คนทำความสะอาดสระว่ายน้ำนี่ เค้าต้องมาทำกันตอนเช้าทุกทีเลยนิ)

 ตุ๊กตาแบบนี้ มีให้เห็นทั่วรีสอร์ทเลย

 ดอกไม้ในสวนริมสระ

เห็นแล้วสดชื่นดี

น้ำพุยังทำเป็นรูปดอกไม้เลย กลมกลืนดีมาก

โมบาย เป็นไม้แกะสลักรูปม้า ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

ที่เห็นเบื้องหน้า ชั้นบนคือห้องที่เราอยู่นั่นเอง

นี่คือบันไดทางขึ้นไปชั้นบน

จากบันไดข้างบน มองลงมา ก็มุมนี้เลย

แถวๆบันได พลันสายตาเหลือบไปเห็น (ซาก)ตัวด้วง เกาะอยู่ แปลกจัง มันเกาะติดอยู่อย่างนั้น ไม่ตกลงมาเลย

จากระเบียงห้องนอนเรา มองลงมาด้านซ้ายมือจะเห็นสระว่ายน้ำ

ด้านขวาจะเห็นมุมนี้

หลังกำแพงสีแดงในรูปเมื่อกี้ ก็คือประตูทางเข้ารีสอร์ทนั่นเอง ตอนนี้พระอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้ามาก

เดินเข้าประตูมา จะเจอมุมนี้ทางขวามือ

เดินเข้าไปอีกจะเจอบริเวณรับแขกเป็นมุมเล็กๆ

และก็จะเห็นรูปนี้ในห้องอาหาร

ใบไม้ กับใยแมงมุม ดูเหมือนรูปหัวใจเลย

ถ่ายรูปตั้งแต่เช้า จนได้เวลาอาหาร ก็เป็น american breakfast ธรรมดา

อิ่มท้องแล้ว ก็ออกไปขี่จักรยานกับเพื่อน (จักรยานของที่รีสอร์ทเค้าให้ขี่ฟรีน่ะ) สำรวจดูซิว่าแถวๆนี้มีอะไรให้เที่ยวชมบ้าง

และนี่คือจักรยานที่จะพาเราไป เตี้ยกำลังพอดีกับคนขาสั้นๆอย่างเรา

ขี่ไปเรื่อยๆ ไม่ไกลนัก ก็ถึงภูเขาที่เราเห็นริมทะเล (ถ้านึกไม่ออกว่าลูกไหน ก็ย้อนไปดูภาพทะเลคู่กับเรือที่ถ่ายเมื่อวันแรกนั่นแล)

ถึงได้รู้ว่าภูเขานี่ เค้ามีชื่อว่าเขากะโหลก ชื่อดูน่ากลัวแฮะ

ขี่ผ่านไปอีกนิดนึง ก็จะเจอกับวัดเขากะโหลก ได้แต่ดูอยู่ด้านนอก ไม่ได้เข้าไปไหว้พระ เพราะใส่กางเกงขาสั้น คงไม่เหมาะ

เส้นทางที่ขี่จักรยานไป ร่มรื่นดี ต้นไม้ก็ออกดอกกำลังสวยเลย

ขี่ไปไม่นาน ก็ไปเจอชายฝั่งทะเลอีกด้านนึง เป็นที่จอดเรือประมงเยอะเลย แต่หาดไม่สวย เลยไม่เอารูปมาให้ดูดีกว่าเนอะ

ก็ขี่กลับไปทางเขากะโหลกอีกครั้งนึง คราวนี้เพื่อนในกลุ่มอีก 4 คน ก็เดินมาสบทบ (มันก็ไม่ไกลมากนักจากรีสอร์ท พอเดินมาได้)

เราก็จอดรถจักรยาน แล้วก็ไปนั่งพักที่ศาลา ถึงได้รู้ว่าบริเวณเขากะโหลกนี้ คือเขตวนอุทยานท้าวโกษา ถือเป็น forest park แห่งนึง

พอเดินไปศาลาปุ๊บ ก็มีแม่ค้ามาขายของทันใด ก็มีน้ำมะพร้าว กับน้ำแข็งใส พอแก้ร้อน เลยสั่งมาคนละนิดหน่อย

นั่งกินน้ำแข็งใส ขูดมะพร้าวกันไปตามเรื่องตามราว แล้วก็ดูวิวทะเลกันพอเพลินๆ 

พอหายเหนื่อย หายร้อนกันพอสมควรแล้ว เพื่อนก็เดินไปถามเจ้าหน้าที่อุทยานว่าแถวนี้จะมีอะไรให้เที่ยวชมได้บ้าง

คำตอบคือการปีนเขา เดินป่า ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงได้

ไหนๆก็ไม่มีอะไรจะให้เล่น เลยตกลงว่าไปปีนเขากะโหลกกันนี่แหละ แค่ครึ่งชั่วโมง คงไม่ลำบากอะไรมากมายหรอกมั๊ง

เอาเข้าจริงๆ เหนื่อยไม่ใช่เล่น ต้องป่ายปีนกันพอดู หินก็คมเหลือเกิน เราโดนหิดบาดขาเป็นแนวเหมือนโดนแมวข่วนมาหลายแนวเลย ปีนเขามาก็หลายลูก หลายหนแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีเลือดตกยางออก แต่ก็ทำให้ได้บทเรียนว่า ถ้าคิดจะมาปีนเขา อย่าใส่ขาสั้นไปเด็ดขาด ใส่กางเกงยีนนี่แหละดี ผ้ามันหนาหน่อย ถ้าจะถูกหิน โดนไม้เกี่ยว ก็ไม่ระคายผิว แต่ก็ อ่านะ คราวนี้ไม่ได้รู้มาก่อนนี่นาว่าจะมาปีนเขากันเนี่ย

หลังจากปีนจนถึงจุดสูงสุดของภูเขา เราก็จะได้เห็น overview ของชายหาดปราณบุรี แบบนี้ล่ะ

อืม ได้นั่งพักชมวิวบนนี้ ค่อยหายเหนื่อยหน่อย

ปีนขึ้นมาแล้ว ก็ถึงคราวต้องปีนลงล่ะ ได้เหนื่อยกันอีกแว้วว แต่ก็ทำให้ได้เห็นวิวทะเลอีกมุมนึง

สวยใช้ได้เลยนะเนี่ย

บนเขาลูกนี้ มีต้นตะบองเพชรด้วยอ่ะ ขึ้นตามธรรมชาติหรือใครเอามาปลูกก็ไม่รู้สินะ

ในที่สุด ก็ปีนลงมาได้สำเร็จ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึงได้ ถึงเวลาเที่ยงพอดี แดดเปรี้ยงมากๆ หน้าร้อน ตัวร้อนไปหมดเลย ว่าแล้วก็รีบขี่จักรยานกลับรีสอร์ท ไปอาบน้ำดับร้อน ตากแอร์ในห้องดีกว่า

หลังจากนั้นก็กินข้าวกลางวันที่รีสอร์ท เป็นอาหารไทยๆ ก็อร่อยดี

กินเสร็จ กลับห้อง แล้วก็นอน แบบว่าเพลียจากการปีนเขามากๆอ่ะ (ก็ไม่ได้ปีนเขาแบบลำบากๆอย่างนี้มาสัก 2 ปีเห็นจะได้) ตื่นมาอีกที ก็บ่ายแก่ๆ ใกล้จะเย็นแล้ว ถึงเวลาต้องเตรียมตัวไปกินอาหารค่ำ และดูการแสดงของน้องๆ ซึ่งเค้าจัดกันที่โรงแรมในหัวหิน ต้องนั่งรถไปอีกชั่วโมงนึง

อาหารค่ำเป็นโต๊ะจีน อร่อยเกินความคาดหมาย ก็กินไป ชมการแสดงไป ถึงประมาณ 4 ทุ่ม ก็กลับรีสอร์ท

เช้าวันสุดท้าย ไปเล่นน้ำทะเลกัน ได้ว่ายน้ำครั้งแรกในรอบหลายปี

จริงๆ ในหลายปีมานี่ ก็ไปเที่ยวทะเลบ้างนะ แต่ก็มีเหตุทำให้ไม่ได้เล่นน้ำทุกครั้งไป มาคราวนี้ ได้เล่นแล้ว เย้ เย้ สนุกดี

ว่ายทั้งท่าฟรีสไตล์ กรรเชียง กบ แบบว่าเคยเรียนท่าไหนมา เอามาใช้หมด (อย่างกะว่ายน้ำในสระงั้นเลย)  โฮ่ๆๆ

ชอบตอนนอนลอยตัวบนน้ำ แล้วแหงนหน้ามองฟ้า ได้เห็นฟ้าสวยใสแบบเต็มตา มองไปไม่เห็นอะไรนอกจากท้องฟ้าแสนกว้างใหญ่ แล้วก็ปล่อยตัวลอยไปเรื่อยๆ ได้ความรู้สึกของความสงบนิ่ง ตัวเบา ใจสบาย ..รู้สึกดีมากๆเลย

หลังจากเล่นน้ำเสร็จ ก็กินอาหารเช้า แล้วก็ไปนอนดูทีวี จนเกือบเที่ยง ก็เก็บของ เตรียมกลับ

กินอาหารกลางวันที่รีสอร์ทเสร็จ มีเวลาเหลือนิดหน่อย ไปถ่ายรูปริมทะเลกับเพื่อนๆอีกรอบ

ดูฟ้ากับทะเลสวยๆก่อนกลับ

จบทริปชิวๆที่ปราณบุรี ด้วยรูปนี้ละกัน

 

 

Comment

Comment:

Tweet

แวะมาดูค่ะ กำลังจะไปเที่ยววันเสาร์-อาทิตย์นี้สวยดีนะค่ะแรกๆไม่รู้แต่ตอนนี้กะว่าจะไปนอนพักแล้วหล่ะ

#10 By apple (110.164.213.171) on 2012-02-09 22:17

สวยดีค่ะอยากไปจังเลยแต่ขาดทุนทรัพย์
ใครเห็นใจช่วยออกค่าเดินทางให้เด็กตาดำๆด้วย

#9 By อดมื้อกินมื้อ (118.175.172.218) on 2009-09-09 13:40

ไปมาเหมือนกัน


ของเค้าสวยจริง


บ้านพักก็น่อยู่


วู้ฮู้ โอ้ทะเล

#8 By Bonusto (124.120.1.20) on 2009-08-24 16:45

น่าไปเที่ยวมาก
ตามไปปรานบุรีด้วยคนครับ
บ้านอาม่าผมก็อยู่แถวนั้นเหมือนกัน

อยากกินปูม้านึ่งจิ้มน้ำจิ้มซีฟูดแซ๊บ ๆ จัง

จาก blog ท่องเที่ยวอารมณ์ดีคร้าบ
กำลังจะไปหัวหินเลยครับ
กระตุ้นต่อมเดินทางขึ้นปี๊ดทีเดียว

ปล.ภาพสวยมากครับ ^-^
แจง ให้รอรูปตั้งเดือนนึงเลยเหรอ นานไปอ๊ะป่าว

แนน รูปคนถ่ายไม่เอามาโพสต์หรอก เดี๋ยวจะกลายเป็นรูปไม่สวยเอา 55question
อ้อ ที่แท้เขากะโหลกก็ใช้ถ่ายจำเลยรักนี่เอง เห็นเจ้าหน้าที่บอกอยู่เหมือนกันว่าที่นี่ใช้เป็นที่ถ่ายทำหนังหลายเรื่องแล้ว แต่เค้าก็จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไรบ้าง ในที่สุด ก็มีคนมาเฉลยแล้ว

#4 By Aoy+ on 2008-06-24 22:27

อ้อ แวะไปเขากะโหลกเจอ นายหัวหฤษฎิ์ กะ โศรยา ณ จำเลยรักไหมคะ
เห็นว่าเค้าใช้ที่นี่เป็น location ถ่ายทำ อิอิ

#3 By Nan (58.10.64.47) on 2008-06-24 16:01

รูปสวยมากค่ะ เห็นละอิจฉา
ที่พักสวย + หรูดีค่ะ ตาร้อน
อาหารก็น่ากิน

ว่าแต่ไม่เห็นรูปคนถ่ายเลยอ่ะ...
อยากเห็นเสื้อ outing จัง เห็นเค้าว่าสวย อิอิ

#2 By Nan \(^o^)/ (58.10.64.47) on 2008-06-24 15:59

แวะมาชมรูปสวย ๆ ค่า
น่าไปดีนะคะ ทะเลใกล้กรุงเทพ แค่นี้เอง
เพิ่งกลับจากเกาะลันตา รูปเพียบเช่นกัน อดใจรออีกสักเดือนนึงนะคะ จะเอามาให้ชมกาน

#1 By Jang (124.120.159.209) on 2008-06-24 14:39