แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ (1)

posted on 05 May 2008 12:11 by aoynaja in Local

เริ่มจากคืนวันที่ 22/12/48 เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ก็ออกเดินทางจากกรุงเทพโดยรถทัวร์ เป็นรถแบบVIP
เก้าอี้นั่งประดุจชั้น business class ของเครื่องบิน ปรับเอนนอนได้ แถมนวดได้อีกต่างหาก
แต่ถึงจะสบายยังไง ข้าพเจ้าก็ได้ตื่นมาดูนาฬิกาได้ทุกชั่วโมงสิเอ้า ก็รถมันกระเทือนนี่นา
นอนหลับไม่สนิทเลย ก็พยายามข่มตาหลับ กลัวอีกวันไม่มีแรงเที่ยวน่ะสิ

วันที่ 23/12/48 ถึงสถานีขนส่งเชียงใหม่ตอนตีห้าได้ ไกด์สาวแห่งอีซี่ทริปนามว่าหนุ่ย
มารอรับอยู่แล้วที่สถานี หลังจากนั้นพวกเราทั้ง 10 สาว (อ้อ เป็น 11 สินะ เพราะต้องรวมไกด์อีกหนึ่งคน)
ก็ขึ้นรถตู้ไปกินอาหารเช้าที่ร้านโจ๊กสมพงษ์ (เค้าบอกว่าเป็นร้านอันดับหนึ่งของเชียงใหม่
แต่หลังจากทานแล้ว ไม่แน่ใจอ่ะว่าอันดับหนึ่งด้านไหน เหอ เหอ ก็มันเค็มจังอ่ะ)

จากนั้นเราก็เดินทางสู่ออบหลวง ไปดูเขาจูบกัน อุ๊ย พูดตกไปคำนึง ต้องเป็นเขาหินจูบกันต่างหาก โฮะๆๆ
อย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันนะจ๊ะว่าจะพาไปแอบดูคนน่ะ

ทางเดินสู่เขาหินจูบกัน เป็นป่าไผ่ สวยโรแมนติกดั่งภาพวาด (เลยทำรูปให้เป็นภาพวาดจริงๆซะเลย)

เดินไป ชมวิวไป ถ่ายรูปไปด้วย

ถึงแล้ว เขาหินจูบกัน 1 ใน Unseen Thailand แหม่ เหมือนจริงๆนะเนี่ย

วิวมองจากบนสะพานที่พาดผ่านเขาหินจูบกัน

วิวอีกด้านหนึ่ง

ออกจากออบหลวงเราก็เดินทางต่อไปสวนสนบ่อแก้ว มีทั้งสนสามใบ สนสองใบปลูกเรียงรายสวยงาม

ความงามของธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินอย่างนี้เอง


สร้างภาพอีกแล้วเรา(สร้างภาพวาดไง)

ต้นสนงามๆน่ะเจ้า

เดินทางต่อไปถ้าแก้วโกมล

ภายในถ้ำ

มีบันไดให้ไต่ลงไปชมความงามของถ้ำกันอย่างสะดวกสบาย

ห้องพระทัยธาร เหมือนน้ำตกไหลริน

ชมความงามของหินย้อย


ผนังถ้ำ เป็นหินสีขาวสวยใส


นี่ล่ะ เค้าว่าเป็นจุดที่สวยที่สุดในถ้ำ สมชื่อถ้ำแก้วโกมลจริงๆ เพราะสวยใสประหนึ่งแก้วแวววาวเลย
เห็นด้วยเลยที่เค้าบอกว่าถ้ำนี้ถือว่าสวยที่สุดในประเทศไทย และเป็น 1 ใน unseen

ในถ้ำสวย นอกถ้ำก็ยังมีสวนสวย

ออกจากถ้ำแล้วก็ไปทานอาหารกลางวัน แล้วก็ล่องเรือหางยาว ชมความงามริมฝั่งแม่น้ำปายไปหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวที่บ้านห้วยเดื่อ

หน้าหมู่บ้าน มีธงไทยโบกสะบัด เลยแน่ใจได้ว่านี่ใช่เมืองไทย ไม่ใช่พม่านะเจ้า อ้อ นี่เข้าเขตแม่ฮ่องสอนแล้วสินะ

รอบๆหมู่บ้าน

มีทุ่งดอกบัวตองให้ชมในระยะไกล

ดอกบัวตองในระยะใกล้ ก็มีอยู่แค่นี้แหละจ้า

แอบถ่ายรูปสาวกะเหรี่ยงทอผ้า

มะเยา กะเหรี่ยงคอยาวชื่อดัง ถึงอายุปูนนี้แล้ว ยังแต่งหน้าทาปากซะเช้งเชียว ก็แน่ล่ะ เพราะใครมาที่นี่เป็นต้องขอถ่ายรูปด้วย อิฉันก็ต้องสวยไว้ก่อนสิจ๊ะโฮะๆๆ

ชมหมู่บ้านเสร็จ ก็ล่องเรือกลับ และนี่คือท่าเรือที่ใครจะไปจะมาหมู่บ้านก็มาขึ้นที่ท่านี้กัน

จากนั้นเราก็เดินทางไปบ้านรักไทย ชมบ้านเรือนชาวจีนฮ่อ ชิมชา แล้วก็ทานอาหารเย็นสไตล์ยูนาน
เป็นอาหารจีนที่รสชาติแปลกอย่างไม่เคยลิ้มลองมาก่อนในชีวิต บอกไม่ถูกว่าอร่อยไหม แต่มันแปลกดีนะ
มันแปลกดีนะ (พูดได้แค่เนี้ยแหละ)

ทานอาหารเสร็จก็มืดค่ำแล้ว ก็เดินทางเข้าที่พักที่เกสต์เฮ้าส์ริมทะเลสาบในโครงการตามพระราชดำริปางตอง 2
(ปางอุ๋ง)
ตอนกลางคืนที่นี่อากาศหนาวเย็นจริงๆ เห็นว่าประมาณ 10 องศาได้ ไม่ได้ถ่ายรูปตอนกลางคืนไว้
เดี๋ยวไปดูเอาตอนเช้าเลยก็แล้วกัน

เช้าวันใหม่ ณ ปางอุ๋ง

น้ำนิ่งใสราวกับกระจก ชอบมาก

สวยไร้คำบรรยาย

เค้าว่ากันว่าเป็น Switzerland เมืองไทยเชียวนา

มุมไหนก็สวย

บ้านพักริมทะเลสาบ ใกล้ชิดธรรมชาติมาก เสียแต่ว่าไม่มีน้ำอุ่นให้อาบ เลยมีการดองเค็มกันหลายคนเชียว 555

ทานข้าวเช้าริมทะเลสาบเสร็จก็เก็บของออกเดินทางต่อไปน้ำตกผาเสื่อ

น้ำตกในระยะประชิด

ในน้ำมีปลาเยอะเชียว

จากนั้นเราก็ไปภูโคลน 1 ใน unseen ซึ่งภายในโลกมีแหล่งโคลนเช่นนี้อยู่เพียงสามแห่งเท่านั้น และหนึ่งในสามแห่งนั้นคือภูโคลนที่นี่เอง

นอกจากบ่อโคลนแล้วยังมีสวนสวยให้ถ่ายรูปด้วย

ถ่ายรูปเสร็จแล้วไปพอกโคลนเสริมความงามกัน ราคาเพียง 60 บาทเท่านั้น
ส่วนตัวไม่ได้พอกอยู่คนเดียวเนื่องจากสิวขึ้นพอดี กลัวโคลนไปอุดตันอ่ะ

ระหว่างรอโคลนแห้ง หน้าตาดูเคร่งเครียดกันจัง ไม่ใช่อะไรหรอก จริงๆคือยิ้มไม่ได้
เพราะพอกแล้วหน้ามันตึงมากๆ (คนพอกเค้าบอกมาอีกที)

ออกจากภูโคลนก็ทานอาหารกลางวันที่ อ.ปางมะผ้า แล้วเข้าชมความงามของถ้าลอด นี่เลย ปากถ้ำ

จะเข้าถ้ำต้องนั่งแพไม้ไผ่ ให้คนลากไปอย่างนี้ล่ะ

ล่องแพเข้าไปได้ระยะนึง ก็ขึ้นฝั่งแล้วก็ต้องปีนบันไดขึ้นไปอีก

ก็ชมหินงอกหินย้อยกันไป และนี่เป็นหินงอกที่หน้าตาเหมือนจระเข้มากๆ

ภายในถ้ำนี้พบภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ อายุประมาณ 3000 ปี ที่เห็นคือภาพกวาง (มองกันออกไหมเอ่ย)

ออกจากถ้าห้องนึงแล้ว ก็ต้องปีนลงมาแล้วไปขึ้นแพเพื่อล่องน้ำไปอีกห้องนึง

อีกห้องหนึ่ง ถ้ำผีแมน ได้ชื่อนี้เพราะเป็นที่พบไม้แกะสลักเหมือนโลงศพ ตามในรูปที่เห็น

เสร็จแล้วก็ปีนบันไดถ้ำลงมา เพื่อไปขึ้นแพออกจากถ้ำกันเสียที มองลงมาจะเห็นภาพแพลอยเรียงกันสวยงามอย่างที่เห็น

ตะเกียงส่องนำทางบนแพ ที่เห็นอยู่หน้าตะเกียงคือเก้าอี้ไม้แบบที่เรากำลังนั่งอยู่บนแพนั่นล่ะ
มีแกะสลักเบอร์ด้วย ให้ทายว่าเบอร์อะไร ....09 ....ไม่ช่าย ไม่ใช่ จริงๆ คือ 60 ต่างหาก
มันกลับหัวอยู่น่ะ ใครจะเอาเลขไปแทงหวยก็ไม่ว่ากันนะ อิอิ

ออกจากถ้าแล้วก็เดินทางถึง อ.ปาย ไปวัดน้ำฮู กราบหลวงพ่ออุ่นเมือง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่พระเศียรส่วนบนเปิดปิดได้ และมีน้ำขังอยู่ (ในรูปคือพระพุทธรูปองค์ที่ 2) เป็นที่น่าอัศจรรย์มาก เพราะพระพุทธรูปทำจากสำริดแต่มีน้ำซึมออกมาได้ เคยมีการพิสูจน์ด้วยการเช็ดน้ำออกให้หมดแล้วทำการปิดพระเศียร ผูกเชือกประทับตราครั่ง
ทั้งที่พระเศียรและประตู หน้าต่าง วิหารทุกบาน ห้ามทุกคนเปิดจนกว่าจะครบ 5 วัน พอครบกำหนดได้ทำการเปิดต่อหน้าคณะทำการพิสูจน์ชุดเดิม ผลปรากฎว่ามีน้ำขังอยู่ในพระเศียรจริงตามคำเล่าลือ

ภายในวัดน้ำฮู มีพระเจดีย์ที่เชื่อกันว่าสร้างโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อบรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา ซึ่งได้เสด็จไปเป็นตัวประกันที่พม่าแทนสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและต่อมาได้ถูกปลงพระชนม์ที่พม่านั้นเอง

รูปของพระพี่นางสุพรรณกัลยา

ออกจากวัดน้ำฮูแล้วก็เดินทางไปชมเมืองปายยามเย็น ในเมืองปายจะมีร้านน่ารักๆอยู่หลายร้าน
ที่เห็นน่าจะเป็นร้านที่ดังที่สุด ใครมาเป็นต้องถ่ายรูปร้านนี้กันทุกคน

ร้านนี้เป็น Art gallery มีขายภาพโปสการ์ดเมืองปาย แล้วก็ภาพเขียนสวยๆ ชอบจัง

ตอนค่ำเข้าที่พักแล้ว หลังจากทานอาหารเสร็จ น้องๆก็ไปอาบน้ำแร่กัน (พวกเราพักที่ท่าปายสปา แค้มป์ปิ้ง)
มีการเล่นไฟเย็นกันยามค่ำคืนอีกต่างหาก อันนี้นอกโปรแกรมทัวร์ น้องเค้าซื้อมาต่างหาก ไอเดียดีจัง
เพราะได้บรรยากาศดีมาก พอดีตรงกับคืนวันคริสต์มาส ช่วยสร้างแสงสียามค่ำคืนที่ไม่มีอะไรทำได้ดีจริงๆ

ติดตามอีกวันในตอนที่ 2 จ้า http://aoynaja.exteen.com/20080505/entry-3

Comment

Comment:

Tweet

สุดยอดเลยครับ สวยมาก

#5 By หินสี (124.121.129.142) on 2010-05-21 08:11

สวยมากเลย กกำลังจะไปปายนะ เห็นรูปแล้วยิ่งอยากไปมากๆๆ

#4 By su (161.246.1.38) on 2009-01-27 10:30

ปางอุ๋งกะสวนสนสวยมากค่ะ

ถ้าข้อมูลไม่ผิดใช่สถานที่ที่ถ่ายทำเรื่องHBD มั้ยคะ

สวยเนอะ ชอบๆๆ

ปล.อยากไปปายจังเยย

#3 By oOOWunWanOOo (114.128.22.125) on 2009-01-25 16:06

ภาพสวยจังครับ ผมอยากได้ไปอย่างงี้มั้งจัง ไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปซะที เด๊ยวหลังจากนี้ไปผมจะถ่ายไว้เยอะๆๆได้มาลง และ เล่าเรื่องราว มั้ง 5555

#2 By forfun_travel on 2008-08-21 11:16

ชอบสวนบ่อแก้วอ่ะครับ มองแล้วดูมีจุดหมายปลายทาง