ทริปน่าน ตอนที่ 3

posted on 04 May 2008 23:20 by aoynaja in Local

เช้าต่อมา วันที่ 24 ธันวาคม 2549 ตื่นไปดูทะเลหมอกที่ดอยเสมอดาว ไฮไลท์ของทริปนี้
ได้เห็นทะเลหมอกสมความตั้งใจแล้ว เย้ เย้ หลังจากที่ไปมาหลายภูแล้วพลาดตลอด ไม่เคยได้เห็นทะเลหมอกเล้ย

คราวนี้ทันดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว

ผาหัวสิงห์ ดูเหมือนหัวสิงโตมะ จริงๆพวกเราทั้งหมดจะขึ้นไปถึงหัวแล้ว
แต่แจงและข้าพเจ้าเกิดถอดใจระหว่างทาง เลยมีเพียงโอ อุ๋ม และพี่ชุ ขึ้นไปพิชิตยอดกันตามลำพัง

เรามาถ่ายรูปกันต่อระหว่างรอสมาชิกลงมาจากหัวสิงห์ ที่เห็นคืออีกมุมสวยบนดอยเสมอดาวกับนางแบบกิตติมศักดิ์ อิอิ

เดินทางกันต่อ เราไปกันที่ดอยผาชู้ ชื่อไม่เป็นมงคลเท่าไหร่ แต่เป็นจุดที่สามารถเห็นทะเลหมอกได้อย่างดี

ที่ผาชู้ยังเป็นที่ตั้งของเสาธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทยด้วย จากรูปถ่ายนี่มองไม่เห็นธงชาติบนยอดเขาอ่ะ

นอกจากนี้ยังมีถ้ำที่ต้องปีนเขาขึ้นไปดูแบบเหนื่อยเปล่า เพราะไปได้แค่ปากถ้ำอย่างที่เห็น เข้าไปข้างในไม่ได้เพราะไม่มีคนนำทาง

ปีนขึ้นแล้วก็ต้องไต่ลงอย่างนี้แหละ ทางชันมาก กลัวจะไถลตกเขาไปเหมือนกันนะเนี่ย

ต่อไป เดินทางสู่เสาดิน เป็นภูเขาดินที่ถูกกัดเซาะให้สึกกร่อนทำให้ปรากฏแท่งดินผสมหินลูกรังปนดินแดง
และมีป่าเต็งรังขึ้นอยู่ประปราย ดูเหมือนเมืองโบราณในแดนลับแล (อันนี้ลอกคำพูดจากแผ่นพับนำเที่ยวมาล้วนๆ ฮี่ๆ)

คอกเสือ บริเวณใกล้เคียงกัน เค้าว่ากันว่าเดิมเอาไว้เลี้ยงเสือ ไม่รู้จริงไหม

ความสูงของภูเขาเทียบกับตัวเรา ทำให้เห็นได้ว่า ธรรมชาติยิ่งใหญ่จริงๆ

ต่อไป เดินทางไปกินอาหารกลางวันตอนบ่ายแก่ๆ ที่ปากนาย เป็นหมู่บ้านประมงริมทะเลสาบเหนือเขื่อนสิริกิตต์

เมนูปลาทั้งน้าน

ร้านอาหารอีกแห่งหนึ่งในทะเลสาบ

วิวทะเลสาบแบบ panorama


จากนั้น เราก็คืนรถตู้ ลาพี่ชุ แล้วก็เดินทางออกจากน่านด้วย VIOS ของแจงกันต่อไป
ตามโปรแกรมเดิมเราจะแวะเที่ยวแพะเมืองผี กับวัดสุโทนมงคลคีรี ที่จังหวัดแพร่ แต่ไม่ทันตามกำหนด เลยได้แค่วัด แถมมาช้าไปอีก วัดปิด อดเข้าไปถ่ายรูปข้างในเลย ได้แต่ถ่ายบริเวณรอบนอก น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน

ถึงจะถ่ายแค่รอบๆ ก็ยังได้มุมสวยแหละน่า

กาแลและพระจันทร์

ขับรถกันต่อไปที่อุตรดิตถ์ กินอาหารค่ำคือโจ๊กหมูหม้อดิน แล้วก็เข้าพักที่โรงแรม Friday (หรือ Fine day
นะ (จำไม่ได้อีกแล้น) เป็นอันจบสำหรับวันนี้

ตื่นเช้ามาอีกวันยังทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้นทางหน้าต่างห้องของโรงแรม ถือว่าเป็นการดูพระอาทิตย์ขึ้นที่อุตรดิตถ์แล้วกัน

ไปต่อที่จังหวัดสุโขทัย เริ่มที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ชมโบราณสถานต่างๆ
ไม่ใช่มีแค่วัด แต่ยังมีวิวสายน้ำให้เห็นพอเย็นใจได้ด้วย ที่นี่คือบริเวณแก่งหลวง

ภายในอุทยาน มีวัดอยู่มากมาย ที่นี่คือวัดช้างล้อม

ช้างตัวเดียวที่ดูเหมือนช้างที่สุดแล้ว

ตัวนี้ช้างจริง

วัดเจดีย์เจ็ดแถว

วัดชมชื่น

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

พระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลา

พระพักตร์งดงามจริงๆ

ต่อไปเดินทางสู่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เริ่มที่วัดมหาธาตุ

พระพุทธรูปยืนสูง 9 เมตร เชื่อกันว่าคือพระอัฎฐารสตามที่ปรากฎในศิลาจารึกหลักที่ 1

พระพุทธรูปอีกมุมหนึ่ง พระอาทิตย์ส่องได้มุมสวยพอดี

ต่อไป วัดศรีสวาย มีรูปแบบเป็นปราสาทเขมร 3 องค์เรียงกัน

สระน้ำกลางอุทยาน น้ำนิ่งใสราวกระจก

วัดพระพายหลวง

วัดศรีชุม

สิ่งสำคัญในวัดศรีชุมคือพระอจนะ สูงจากฐานถึงยอดรัศมีเปลวถึง 15 เมตร

ออกจากอุทยานแล้ว ก็กินอาหารกลางวัน (ตอนบ่าย 3) คือก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ลักษณะเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำใส่ถั่วฝักยาวนั่นเอง

ระหว่างทางกลับ แวะสักการะพระพุทธชินราชที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก

หลังจากสักการะพระพุทธชินราชแล้ว ตอนแรกตั้งใจว่าขากลับจะแวะกินกุ้งแม่น้ำที่สิงห์บุรี แต่ก็ไม่ทันอีกแล้ว
กว่าจะถึงสิงห์บุรีก็ประมาณ 3 ทุ่มได้มั๊ง เลยได้กินไส้กรอกที่มินิมาร์ทในปั๊ม Jett แทน.. แป่ววว

แล้วก็เดินทางต่อกลับถึงกรุงเทพก็ห้าทุ่มพอดี เป็นอันจบทริปเพียงเท่านี้

ทริปนี้ถือว่าเป็นทริปเที่ยวในประเทศที่ยาวนานมากที่สุดในชีวิตแล้ว ทั้งหมด 5 วัน ได้เที่ยวหลายที่มาก ทั้งแพร่ น่าน สุโขทัย พิษณุโลก เป็นทริปประทับใจอีกทริปหนึ่ง

Comment

Comment:

Tweet