ทริปน่าน ตอนที่ 1

posted on 04 May 2008 23:18 by aoynaja in Local

ทริปนี้ ไปมาเมื่อเดือนธันวาคมปี 2549 เริ่มทริปด้วยการไปค้างบ้านแจง (แม่งานทริปนี้) ที่บางบัวทองคืนวันที่ 20 เพื่อเตรียมออกเดินทางในวันรุ่งขึ้นตอนตี 4 !! ขอบอกว่าทริปนี้ตื่นเช้ามั่กๆ มีทั้งตี 3 ตื 4 ตี 5 แล้วก็ 6 โมงเช้า ไม่เคยต้องตื่นตี 3 มาก่อนในชีวิตนะเนี่ย เอาเถอะ ถ้าเรื่องเที่ยว ตื่นเช้าแค่ไหนก็ยอมล่ะ

วันรุ่งขึ้น (แต่ตะวันยังไม่ขึ้นเลย) ก็ออกเดินทางด้วยรถ VIOS ของแจงที่เพิ่งไปเปลี่ยนยางเตรียมรับน้ำหนักของเหล่าสมาชิกและสัมภาระเต็มท้ายรถ
สมาชิกร่วมทริปทั้งหมดก็มี 5 คน คือเรา แจง และเพื่อนแจง คือ โอกับอุ๋ม แล้วก็เป็ด
จริงๆตามแผนมีเพื่อนแจงอีกคนคือบี แต่ว่าป่วยกระทันหันมาไม่ได้ ก็เลยเป็นพระคุณแก่พวกเราอย่างมาก
เพราะลำพัง 5 คนก็ทำให้รถหนักแน่นอย่างมาก (ทั้งหนัก ทั้งแน่น) 555

ออกจากกรุงเทพมาก็แวะกินข้าวเช้ากันที่ร้านในปั๊มแห่งหนึ่ง จำไม่ได้อ่ะว่าจังหวัดอะไรนะ แล้วเราก็นั่ง
(หลับ) ไปเรื่องๆ ปล่อยให้โอเป็นคนขับ และแจงเป็น navigator กันไป โฮ่ๆๆ จนเกือบถึงเมืองแพร่
แจงก็ไปเห็นป้ายโฆษณาหมู่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศไทย ก็เลยแวะลงไปถ่ายรูปกันสักหน่อย

หมู่บ้านนี่จริงๆก็เป็นร้านขายของนี่เอง ไม่มีคนอยู่จริงๆหรอก เป็นบ้านสไตล์เมืองเหนือ แต่ว่าทาสีสวยๆเท่านั้นเอง

ต่อไปพอมาถึงแพร่ ก็ทานอาหารเที่ยง (หรือจะเรียกว่าอาหารบ่ายดีกว่ามั๊ง) ที่ร้านเรือนต้นฝ้าย ตามคำแนะนำของพี่สาวแจง คือพี่ชุ (ทุกอย่างในทริปนี้ส่วนใหญ่ก็พี่ชุแนะนำทั้งนั้น ไม่ใช่แค่แนะนำ แต่ทั้งจัดหา จัดเตรียม ไม่ว่าจะบ้านพัก ที่เที่ยว ร้านอาหาร รวมถึงจับปูใส่กระด้งด้วย 555)

มาดูรูปอาหารกันบ้าง อาหารเหนือแท้ๆเลยนะ เริ่มด้วยน้ำพริกหนุ่ม

ตามด้วยน้ำพริกอ่อง

แกงฮังเล

ต่อไป เดินทางถึงวัดพระธาตุช่อแฮ เป็นพระธาตุประจำปีขาล
ถือว่าเป็นบุญมากที่ได้มีโอกาสมาสักการะโดยมิได้คาดคิดเพราะเคยอ่านหนังสือมาบ้างเกี่ยวกับพระธาตุประจำปีเกิด แล้วพอเห็นพระธาตุประจำปีของตัวเองว่าอยู่จังหวัดแพร่ ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีโอกาสได้ไปหรอก เพราะไม่เคยคิดว่าจะมาเที่ยวจังหวัดแพร่เลย ก็ถือว่าโชคดีจริงๆ

เดินทางต่อไปถึงน่านประมาณเย็นๆแล้ว เริ่มโปรแกรมทัวร์ 9 วัดกัน ซึ่งคงไม่ทันแล้วสำหรับวันเดียว
อ่ะได้สัก 3 วัดก็ยังดี
เริ่มวัดแรกที่วัดพญาวัด

ต่อด้วยวัดพระธาตุเขาน้อย

พระพุทธรูปที่วัดพระธาตุเขาน้อย อยู่บนภูเขาอย่างนี้เลยได้เห็นวิวเมืองน่านทั้งเมือง

ต่อไปลงจากเขา เดินทางสู่ใจกลางเมืองน่าน ไปที่วัดมิ่งเมือง

ค่ำแล้วก็ไปศาลจังหวัดน่าน ไปบ้านพักพี่ชุที่อยู่ด้านหลังศาล พี่ชุพาพวกเราไปทานข้าวเย็นกัน ที่ร้านอาหารริมน้ำ บรรยากาศดีเลยล่ะ แต่ไม่มีรูปมาฝากเพราะว่านั่งริมน้ำ ไม่ค่อยมีแสงไฟ ถ่ายรูปออกมาเบลอไปหมด จะใส่แฟลชรูปก็ไม่สวย เลยไม่ถ่ายดีกว่า ยังไงก็แล้วแต่อาหารร้านนี้ก็อร่อย รสจัดดี (อร่อยทุกมื้อแหละ)

ทานอาหารเสร็จก็ไปบ้านพัก ซึ่งตอนแรกแจงบอกว่าเครื่องนอนไม่พอ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าลดสมาชิกไป 1 คน
แล้วแจงก็ไปนอนบ้านพี่ชุ บ้านนี้ก็เลยเพียงพอสำหรับสี่คน (มี 2 ห้องนอน) ไม่ต้องใช้ถุงนอนที่อุตส่าห์ขนกันไป สบายแฮ

เช้าวันที่ 22 รถตู้มารับถึงบ้านพัก แล้วก็ไปเดินตลาดแวบนึง ทานอาหารเช้าที่ร้านลุงซิน ซึ่งอยู่ตรงข้ามตลาดตั้งจิตนุสรณ์ ร้านนี้มีคนแนะนำในหนังสือท่องเที่ยวน่านด้วย เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว เราว่าก๋วยเตี๋ยวเค้ามีจุดเด่นที่เนื้อหมูที่หมักได้หวานนุ่ม แล้วน้ำซุปก็โอเคล่ะนะ โดยรวมก็ถือว่าใช้ได้

วันนี้อากาศหนาวมาก จริงๆหนาวมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว วันนี้ตอนเช้า เดินในเมืองนี่หมอกยังเพียบเลย
เวลาพูดก็เป็นไอน้ำด้วย แต่ถ่ายรูปตอนที่พูดแล้วมองไม่เห็นไอเลย งั้นดูรูปหมอกในเมืองแทนละกัน

ดูหมอกในวัดกันบ้าง

ไปวัดพระธาตุแช่แห้ง ซึ่งพระธาตุนี้เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญคู่เมืองน่านมาเป็นเวลาร่วม 600 ปีแล้ว ตามพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พญาการเมือง เป็นผู้สร้างเพื่อบรรจุ "พระธาตุ"ที่ได้มาจากกรุงสุโขทัยในระหว่างปี พ.ศ. 1897-1901 ปัจจุบันองค์เจดีย์ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ22.5 เมตร สูง 55.5 เมตร บุด้วยทอง "จังโก" ลงรักปิดทองตลอดทั้งองค์

โรงเรียนวัดพระธาตุแช่แห้ง เด็กๆกำลังยืนเข้าแถวเคารพธงชาติ

ต่อไป..วัดสวนตาล (ถ้าจำไม่ผิด)

บานประตูอันวิจิตร

 มีเด็กๆมาทัศนศึกษาด้วย เสื้อกันหนาวของนักเรียนเค้าใส่กันเป็น uniformเลย

ต่อไป วัดหัวข่วง (ไม่แน่ใจชื่อนะ แบบว่าอาจจะจำชื่อสลับกับวัดสวนตาล)

ไปต่อ ที่วัดพระธาตุช้างค้ำ

เห็นช้างค้ำพระธาตุกันไหม

เสาในวิหาร แสนวิจิตรบรรจง

เดินกันต่อไปตามถนนหนทาง ก็ชมวิวข้างถนนกันไป แม้กระทั่งสี่แยกยังมีอะไรให้ชมเลย

สัญญาณไฟจราจรยังมีลวดลายได้ขนาดนี้

เดินถึงวัดภูมินทร์ วัดสุดท้าย ครบ 9 วัดตามความตั้งใจแล้ว

เสาสวย และจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่

ออกเดินกันต่อไปตามทาง

สู่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เข้าชมได้แต่ข้างในห้ามถ่ายรูปจ้า

 ต่อไป ไม่เดินแล้ว ต้องนั่งรถไป ...หอศิลป์ริมน่าน

ภายในหอศิลป์ มีวาดภาพเลียนจิตรกรรมฝาผนังในวัดภูมินทร์ด้วย

เห็นเค้าบอกว่าเป็นงานศิลปะโดยมีแรงบันดาลใจจากเมืองน่านนี่แหละ

ต่อไป ชมวัดหนองบัว

ดูต้นดิ๊กเดียม ลักษณะความแปลกของต้นนี้ก็คือ ถ้าเราไปสะกิดต้น ใบมันจะสั่นไหวกระดิก
แต่ก็แปลกอีกที่ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำให้มันกระดิกได้ เห็นเค้าว่าถ้าเป็นผู้ชายทำมันถึงจะกระดิก
เราลองสะกิดมาแล้ว มันไม่กระดิกจริงๆด้วยล่ะ หรือว่าจะสะกิดเบาไปก็ไม่รู้สิเนี่ย มันเลยยังไม่รู้สึกจั๊กกระเดียมพอ 5555

ไปต่อที่น้ำตกศิลาเพชร

จากน้ำตก ก็เตรียมขึ้นดอยภูคา ระหว่างทางมีต้นสนสวยๆให้ชม

กว่าจะถึงอุทยานก็ยามเย็นซะแล้ว ต้องกินอาหารเย็นเลย เพราะเดี๋ยวแม่ครัวของอุทยานฯจะกลับไปซะก่อน
กว่าจะได้ไปดูพระอาทิตย์ตก ก็มืดซะแล้ว เลยได้เห็นพระจันทร์แทน

บ้านพักในอุทยาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีเครื่องทำน้ำอุ่น มีกระติกน้ำร้อนให้
(เลยได้กินโจ๊กคัพตอนเช้า ด้วยฝีมือการใส่น้ำและปิดฝาของแจง 555)

มาดูห้องนอนกันบ้าง

ก็จบวันนี้แต่เพียงเท่านี้ ติดตามวันใหม่ได้ในตอนที่ 2 เลยจ้า

http://aoynaja.exteen.com/20080504/entry-8

Comment

Comment:

Tweet

เมืองน่านมีเสน่ห์จริงๆค่ะ ก่อนจะไปก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่พอได้ไปมา ก็รู้สึกว่าเป็นทริปที่ประทับใจมากๆ
big smile

#6 By Aoy+ on 2010-03-01 00:12

เมืองน่านมีเสน่ห์มากมายครับ...
ต้องไปสัมผัสเอง

นี่วันเดียวเที่ยวได้หลายที่เลยนะครับ
สุดยอดมากๆ
เมืองแพร่ก็มีที่เที่ยวอีกหลายแห่งนะครับ
ถ้ามีโอกาสลองเก็บตกเมืองแพร่ได้นะครับ

จังหวัดที่หลายๆคนอาจไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยว
แต่อาจมีความสวยงามซ่อนอยู่ครับ

confused smile

#5 By no-ta on 2010-02-25 00:38

ยินดีค่า big smile
เมืองน่านอาจจะไม่ดังเท่าเชียงใหม่ เชียงราย แต่ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ และสวยงามมากมายจริงๆค่ะ
confused smile

#3 By Aoy+ on 2008-12-22 21:29

มารวบรวมข้อมูล และจะตามไปน่านสิ้นเดือนนี้ครับ ขอบคุณมาก

#2 By everykid (203.144.160.244) on 2008-12-19 10:46

ตั้งแต่ทำงานมาผมชอบ ที่นี่ อะ ครับ สวยอย่างบอกไม่ถูก คุณต้องลองไปสัมผัส เอง มนเสน่ห์แห่งล้านนา หลวงพระบางเมือไทย ( น่าน )

#1 By forfun_travel on 2008-08-21 11:21