พาเที่ยวมาเก๊า

posted on 04 May 2008 22:45 by aoynaja in Foreign

ไปฮ่องกงมาเมื่อวันที่ 29/6 - 2/7 ปี 2549 ก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวมาเก๊ามาวันนึงเมื่อวันที่ 30/6 วันเดียวแต่เที่ยวตั้งแต่เช้ายันค่ำ
ให้คุ้มค่าเรือไป-กลับสักหน่อย ราคาตั๋วก็พันห้าร้อยบาทได้ พอๆกับไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์เลยนะ
ปีนี้ยังไม่ได้ไปเที่ยวดิสนีย์เพราะเพื่อนในกลุ่มหลายคนไม่อยากไป ส่วนเราก็เฉยๆ เพราะเคยดูรูปจากที่เพื่อนไปเที่ยวมาแล้ว

อีกอย่างหลายคนบอกว่าสู้ดิสนีย์ที่อื่นไม่ได้ ก็เลยโอเค ไม่ไปก็ได้

มาทำความรู้จักมาเก๊ากันเล็กน้อย ที่มาของชื่อมาเก๊า (copy มาจาก www.macau-thai.com)

“มาเก๊า” ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งการพนันและคาสิโนนามระบือ แต่…..จะมีสักกี่คนที่รู้จักมาเก๊าในด้านอื่นๆ

การท่องเที่ยวมาเก๊า (ประเทศไทย) ขอทำหน้าที่นำท่านไปรู้จักกับมาเก๊าในด้านอื่นๆ

 “มาเก๊า”มีภาพความงามแห่งศิลปะวัฒนธรรมของโลกตะวันออกและตะวันตกให้ได้ชื่นชมและยังมีมนต์เสน่ห์แห่งความเชื่อและศรัทธาทางศาสนา ตลอดจนวิถีชีวิตที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน

กว่าจะเป็นชื่อ “มาเก๊า” มีที่มาจาก “อาม่า” องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเลผู้ศักดิ์สิทธิ์
…….ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า “อาม่า” มีพระนามเดิมว่า “หลิงม่า” หญิงสาวชาวฟูเจี้ยนที่วันหนึ่งเธอต้องการข้ามฝั่งมายังคาบสมุทรดอกลิลลี่ขาว หรือ “เอ้าเหมิน” ตามชื่อในภาษาจีน จึงขอโดยสารมากับเรือของชาวประมงชราคนหนึ่งซึ่งเป็นเพียงเรือลำเล็กๆ ที่ยอมให้หลิงม่าโดยสารมาด้วย ในระหว่างที่เรือล่องอยู่กลางทะเล เกิดมีพายุขึ้นอย่างรุนแรงทำให้เรือหลายลำต้องอับปาง แต่ด้วยปาฏิหาริย์ในคำสั่งฟ้าของหลิงม่าทำให้เรือที่เธอโดยสารมา เข้าถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย ทันทีที่หลิงม่า ก้าวเท้าขึ้นสู่ฝั่ง เธอก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าและหายลับไป
ชาวประมงทั้งหลายต่างเชื่อกันว่าเธอ คือ องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล
นับตั้งแต่นั้นดินแดนแห่งนี้ก็ได้รับการขนานนามว่า “อ่าวของ อาม่า” หรือ “อา-หม่า-เกา” ที่เพี้ยนเสียงมาเป็น “มาเก๊า” ในปัจจุบัน

มาดูรูปแรกกันเลยดีกว่า ก็ขึ้นเรือที่ฝั่งฮ่องกง นี่เลย รูปเรือที่เราจะนั่งไปมาเก๊า เรือที่จะไปมี 2 บริษัท เราเลือก TurboJet เพราะใช้เวลาเดินทางน้อยกว่าอีกบริษัทนึง (FirstFerry) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาทีได้

บรรยากาศในเรือ เหมือนนั่งเครื่องบินเลย

ป้ายบริษัทเรือ ตอนที่ถึงฝั่งมาเก๊าแล้ว

หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ก็นั่งรถเมล์ไปเซนาโด้แสควร์ คอนนี้กำลังจะข้ามถนนไปล่ะน้า

ข้ามถนนปุ๊บ ก็เจอปั๊บ เซนาโด้แสควร์

 ที่นี่เค้าบอกว่ามีจุดเด่นที่พื้นถนนปูด้วยกระเบื้องเป็นลอนคลื่น เปรียบเสมือนท้องทะเล

ล้อมรอบด้วยอาคารสไตล์ยุโรป

ดูจากระเบียงซะก่อน

แมคก็มี ทุกที่ ทั่วโลกจริงๆเลย

ร้านกาแฟ starbucks ก็มีเหมือนกัน

ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์ที่สำคัญคือโบสถ์เซนต์ดอมินิก เสียดายจังตอนที่มา เค้ากำลังซ่อมแซมพอดี
เลยได้เห็นแค่เนี้ยล่ะ

แต่ก็ยังดีที่ได้เดินเข้าไปชมในโบสถ์ในส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์

ระฆังโบราณ

รูปปั้นแม่พระ สวยจังเนอะ

ออกจากโบสถ์แล้ว ก็เจอแหล่งช้อปปิ้ง

ร้านเพียบ มองไปเจอแต่ป้าย

นอกจากร้านแบรนด์เนม ก็ยังมีร้านขายของที่ระลึกแบบดั้งเดิม

เดินไปเรื่อยๆ ก็ถึงโบสถ์เซนต์ปอล เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองมาเก๊าที่ทุกคนต้องไป ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึงนะ
โบสถ์นี้เป็นโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกของชาวตะวันตกในดินแดนตะวันออกไกล ถือว่าเป็นมรดกโลกด้วย
ส่วนที่เห็นแต่บานประตูหน้าเพราะตามประวัตินั้น โบสถ์นี้ได้เกิดไฟไหม้ ทำให้ตัวโบสถ์เสียหายทั้งหลัง
คงเหลือแต่ประตูหน้าและบันได้ทางเข้าเท่านั้น

ซูมใกล้เข้าไปอีกนิด

ด้านหลังของประตู

ประติมากรรมแถวหน้าบันไดโบสถ์

ข้างๆโบสถ์จะเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์มาเก๊า นี่ประตูทางเข้า สีเหลืองสดสวย

ใกล้ๆประตูมีรถสามล้อโบราณ คล้ายๆบ้านเราเหมือนกันนะ

บริเวณรอบนอกของพิพิธภัณฑ์

ป้อม Monte อดีตใช้เป็นกำแพงเมืองเพื่อป้องกันการรุกรานของชาวดัทช์

มีจัดแสดงปืนใหญ่โบราณ เค้าว่ากันว่าบางกระบอกยังใช้ได้ ไม่รู้อันนี้ใช้ได้ไหมนะ แต่ขอให้ไม่ต้องใช้จะดีกว่ามั๊ง

 เสร็จแล้วเดินกลับมาที่เซนาโด้อีกครั้ง มากินบะหมี่เกี๊ยว ที่นี่ถูกกว่าฮ่องกงนะ แต่อร่อยเหมือนกัน

หน้าร้านบะหมี่ก็มีแผงขายหนังสือ เห็นแบบนี้ได้ทั่วไปที่ฮ่องกงเช่นกัน

ฝั่งตรงข้ามร้านบะหมี่คือแมคโดนัลด์

แมคแบบจีนๆ

สีสันตัดกันโชะๆ

ตอนมามีฝนตกหน่อยๆ ฟ้าครึ้ม เมฆเยอะ พอบ่ายกลับแดดแจ๋ ฟ้าสวยกำลังดี

ออกจากเซนาโด้แสควร์มาแล้ว ต่อไปก็นั่งรถไปที่วัดเจ้าแม่อาม่า หรือเรียกอืกชื่อว่า ศาลเจ้าแม่ทับทิม
สร้างขึ้นเพื่อเป็นการถวายสักการะแก่อาม่า องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล

หน้าวัดจะมีรูปปั้นสิงโตหินอยู่ 2 ตัว เชื่อกันว่าหากใครได้หมุนลูกแก้วที่อยู่ในปากสิงโตนี้ จะสมหวังในสิ่งปรารถนา

กระถางธูปขนาดใหญ่บริเวณที่สักการะ

เข้าใจว่าเป็นธูปเหมือนกันนะ แต่เป็นแบบวงขด สวยดี

ก้อนหินแกะสลักรูปเรือสำเภา เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงว่าเป็นจุดที่เจ้าแม่อาม่าย่างเท้าก้าวขึ้นสู่ผืนดินมาเก๊า

อีกมุมหนึ่ง

บริเวณหน้าวัดยังปูด้วยกระเบื้องลาย คล้ายที่เซนาโด้เลย

จากหน้าวัดอาม่า จะเห็นหอคอยอยู่ลิบๆ เราจะเดินกันไปล่ะจากวัดนี่แหละ

ระหว่างทาง ร้านค้าดูเก่าแก่จริงๆ

เดินผ่านโรงเรียนด้วย ตรงกำแพงมีภาพเขียนฝาผนังเหมือนเมืองไทยเลย

เห็นแล้ว Macau Tower ต้องเดินต่อไป

หอคอยระยะใกล้

ถึงหอคอยแล้ว เพื่อนบางส่วนขึ้นไปชมวิวด้านบน บางส่วนไม่ขึ้น (รวมข้าพเจ้า) ได้แต่ดูวิวอยู่ด้านล่าง
ไม่ได้ขึ้นไปข้างบนเพราะว่าค่าตั๋วขึ้นไปประมาณแปดร้อยบาท ซึ่งคิดว่าไม่คุ้มเพราะตอนนั้นฝนตกอีกแล้ว
เมฆเต็มฟ้า คงจะมองไม่ค่อยเห็นอะไรได้ไกล วิวที่เห็นก็คิดว่าคงไม่ต่างจากตอนมองลงมาจากที่ป้อม Monte
เท่าไหร่ เลยไม่ดูดีกว่า

ที่เห็นคือวิวด้านล่างอย่างที่บอก เห็นทะเลสาบนามวาน มีสะพานเหมือนสะพานแขวนบ้านเราจัง

หลังจากนั้นก็นั่งรถไปต่อ จะไปชมรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมกัน ระหว่างทางจะผ่านบริเวณที่ตั้ง casino มากมาย
casino ที่นี่สร้างสรรค์กันจริงๆ ไม่ใช่ตึกธรรมดา อย่างนี่ก็สร้างเหมือนเป็นวังโบราณ

ใกล้กันเป็นเหมือนภูเขา

ชมไฟตามถนนกันไปเรื่อย

ตามตึกนี่ใช้ไฟกันบรรเจิดจริงๆ

สีท้องฟ้าตอนนี้กับสีไฟตึก เหมือนกันเลย

ถึงแล้วรูปปั้นเจ้าแม่กวนอีม
โปรตุเกสสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับมาเก๊าเนื่องในโอกาสส่งมอบมาเก๊าคืนให้กับจีน

ใกล้กันองค์รูปปั้น คือถนนดร.ซุนยัดเซ็น เป็นที่ตั้งร้านอาหาร ผับ บาร์
พวกเราก็กำลังเดินหาอาหารค่ำกันแถวนี้แหละ

หยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารโปรตุเกส ลังเลกันอยู่ว่าจะเข้าหรือไม่เข้าดี

สุดท้ายก็เข้าไปกินกัน อาหารรสชาติเค็มไปหน่อย ก็พอใช้ได้ แต่ไม่ถือว่าอร่อยเท่าไหร่



รูปถ่ายในร้านดูคลาสสิกดีไม๊

อีกรูปนึง ดูแล้วก็คิดสงสัยว่าผู้หญิงโปรตุเกสจะอ้วนอย่างนี้ทุกคนไหมน้อ

หลังจากทานอาหารเสร็จก็สามทุ่มได้ นั่งรถกลับไปท่าเรือ แล้วก็ขึ้นเรือตอนสี่ทุ่ม
กว่าจะถึงฮ่องกงก็ห้าทุ่ม นั่งรถไฟใต้ดินกลับโรงแรมเป็นอันจบวัน

Comment

Comment:

Tweet

อยากไปบ้างจัง