ทริปเชียงราย ตอนที่ 3

posted on 04 May 2008 22:12 by aoynaja in Local

ต่อจากตอนที่ 2 นะคะ  http://aoynaja.exteen.com/20080504/entry-1

วันนี้ตื่นแต่เช้ากินข้าวต้มที่รีสอร์ท ก่อนออกเดินทางไปตักบาตรพระขี่ม้า ชมพระอาทิตย์ขึ้นระหว่างนั่งรถ

วิวข้างทางสวยดี รูปนี้เหมือนเมืองนอกไม๊ ถ่ายตอนรถกำลังวิ่ง

ถึงแล้ว ทางเข้าบริเวณที่พระท่านจะมา

รูปปั้นสิงห์ สวยดี

 พระท่านมา 8 โมง ตอนนี้คนก็รอเตรียมใส่บาตรกันแล้ว

พระขี่ม้ามาแล้ว คนใส่บาตรเยอะเลย

ตามด้วยเณรขี่ม้า

แล้วก็เณรน้อย ยังขี่ม้าไม่ได้ ใช้เดินเอา

ออกจากวัดตอน 9 โมงก็กลับที่พัก แล้วก็ขึ้นดอยตุง ไปชมสวนแม่ฟ้าหลวง ไม่ได้เข้าชมพระตำหนักเพราะว่าเคยมาแล้ว (เมื่อ 5 ปีที่แล้ว) เนื่องจากเวลาจำกัด เราจึงเลือกจะมาชมสวนแม่ฟ้าหลวง เพื่อถ่ายรูปสวนและดอกไม้สวยๆกัน (ในพระตำหนักเค้าห้ามถ่ายรูปจ้า)

ดอกใหญ่มากๆ เพิ่งเคยเห็นเนี่ยแหละ

ดอกนี่คล้ายๆเงาะเลยนิ

ชมกล้วยไม้กันบ้าง

ชมสวนกันต่อ

ตะบองเพชรอ้วนกลม

ดอกไม้สีสวย

ชมพูอร่าม

สวนสวยจริงๆ

รูปปั้นเด็กเกาะกัน เราก็เกาะไปกะเค้าด้วย อิอิ

ต่อไป ออกจากดอยตุงก็ไปดอยแม่สลอง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงตอนเกือบบ่ายโมง กินข้าวกลางวันกันเลย ที่ร้านอิ่มโภชนา อยู่ตรงข้ามคุ้มนายพลรีสอร์ท

กินอาหารแนะนำของดอยแม่สลอง (เค้าบอกว่าถ้ามาแล้วต้องลองให้ได้) ก็ขาหมูหมั่นโถว เป็ดอบใบชา แล้วก็เอ็นกวางตุ๋น สำหรับเอ็นนี่ขอบอกว่าแปลก แต่ไม่อร่อยอ่ะ มันทั้งแข็งทั้งเหนียวเลย เอ็นหมูอร่อยกว่าเยอะ

อ่ะรูปเอ็นกวางแบบซูม (กว่าจะหาเอ็นเจอ เดากันใหญ่ว่าใช่อันนี้ไหมนะ)

กินเสร็จก็เดินชมร้านขายชาแถวนั้นแป๊บนึง บนดอยนี่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกชา ชาขึ้นชื่อคือชาอู่หลง แต่เราก็ไม่ได้ซื้อเลยเพราะไม่ค่อยดื่มพวกชา กาแฟ

ดอกลำโพง อยู่ตรงคุ้มนายพลรีสอร์ท สวยดี

ต่อจากนั้นก็นั่งรถขึ้นดอยไปหน่อย ไปชมสุสานนายพลต้วน บุคคลสำคัญของดอยแม่สลอง



ขอเล่าประวัติดอยแม่สลองหน่อย เผื่อใครสนใจ (copy จาก web อื่นมา ไม่ได้พิมพ์เองหรอก มันยาว)

ดอยแม่สลอง เป็นชุมชนของอดีตทหารจีนกองพล 93 สังกัดพรรคก๊กมินตั๋ง ของนายพลเจียงไคเช็ค ทำการรบอยู่ทางตอนใต้ของจีน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในจีน เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ นำโดยเหมาเจ๋อตุง ยึดอำนาจสำเร็จ พรรคก๊กมินตั๋ง จึงถอยร่นไปปักหลักที่เกาะไต้หวัน กองพล 93 กลายเป็นกองกำลังพลัดถิ่น ถูกกดดันอย่างหนัก จนถอยร่นเข้ามาในเขตพม่า แต่ถูกฝ่ายพม่าผลักดัน เกิดการปะทะกันหลายครั้ง จนต้องถอยร่นมาจนถึงเทือกดอยตุงชายแดนไทย

ฝ่ายพม่าได้ร้องเรียนไปยังสหประชาชาติ เมื่อปี พ.ศ.2496 และมีมติให้อพยพกองกำลังพลัดถิ่นไปยังประเทศไต้หวัน แต่ทหารสังกัดนายพลหลี่เหวินฝาน และนายพลต้วนซีเหวิน ราว 3 หมื่นคน ทำเรื่องขอลี้ภัยในประเทศไทย เนื่องจากไม่แน่ใจในอนาคต เพราะไต้หวันเป็นเพียงเกาะเล็กๆ รัฐบาลไทยอนุญาตโดยจัดสรรให้ทหารของนายพลหลี่เหวินฝาน ไปอยู่ที่ถ้ำง้อบ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ส่วนทหารสังกัดนายพลต้วนซีเหวิน 15,000 คน อยู่บนดอยแม่สลอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 เพื่อใช้เป็นกันชนกับชนกลุ่มน้อย ทำให้ดอยแม่สลองในยุคแรก เป็นดินแดนลี้ลับต้องห้าม มีปัญหายาเสพติด และกองกำลังติดอาวุธมาตลอด ทางการไทยได้พยายามแก้ปัญหา โอนกองกำลังเหล่านี้มาอยู่ในความดูแลของกองบัญชาการทหารสูงสุด

กระทั่งปี พ.ศ.2515 ครม.มีมติรับทหารจีนคณะชาติให้อาศัยในแผ่นดินไทยอย่างเป็นทางการ ยุติการค้าฝิ่น ปลดอาวุธ และหันมาทำอาชีพเกษตรกรรม โดย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ริเริ่มโครงการปลูกชา และปลูกสนสามใบ เพื่อทดแทนป่า ชุมชนบนดอยแม่สลองได้ชื่อใหม่ เป็นบ้านสันติคีรี มีการออกบัตรประชาชน ให้เมื่อปี พ.ศ.2521 ดอยแม่สลองคืนสู่ความสงบ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญนับแต่นั้นมา
___________________________________________________________________________
สุสานนายพลต้วน สร้างเมื่อปี พ.ศ.2523 แท่นหินอ่อนบรรจุร่างนายพลต้วนซีเหวิน อยู่ภายในศาลาเก๋งจีนขนาดใหญ่ สีขาว พื้นปูหินอ่อน ด้านหลังแท่นบรรจุศพ มีภาพถ่ายเก่าแก่เกี่ยวกับประวัติและผลงาน ด้านหน้าเป็นลาดเนิน มีตัวอักษร "ต้วน" ภาษาจีน สีทองบนพื้นสีฟ้า

สุสานนายพลต้วนอยู่บนเนินที่ระดับความสูงประมาณ 1,300 ม. สามารถมองเห็นบ้านสันติคีรีในหุบต่ำลงไปเบื้องล่าง เป็นจุดชมทิวทัศน์ของหมู่บ้านที่ดีจุดหนึ่ง

 

ที่เห็นข้างหน้าคือชุมชนบนดอยแม่สลองหรือที่เรียกกันว่าหมู่บ้านสันติคีรี

แล้วก็นั่งรถต่อไปที่พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่า ที่ตั้งของพระบรมธาตุเป็นจุดสูงสุดของดอยแม่สลอง

ต่อไปก็กลับเข้าอำเภอเมือง เที่ยววัดกันต่อ (ทริปนี้มาหลายวัดอยู่เหมือนกัน รวมๆก็เกือบจะครบ 9 วัดแล้วมั๊งเนี่ย)
เริ่มที่วัดกลางเวียง

หน้าบันพระอุโบสถเป็นศิลปะล้านนาประยุกต์ สวยมาก

สะดือเวียง ตามประวัติเค้าบอกว่าเมื่อมีการรังวัดเมืองเชียงราย พบว่าวัดแห่งนี้อยู่ใจกลางเมืองพอดี จึงได้สถาปนาสะดือเวียงหรือเสาหลักเมืองขึ้น

ต่อไปก็วัดพระสิงห์ เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ของเชียงราย เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์
พระอุโบสถเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบล้านนาไทยสมัยเชียงแสน ได้รับการบูรณะล่าสุดเมื่อปีพ.ศ. 2533 (ถีงได้ดูใหม่ขนาดนี้)

หน้าพระอุโบสถ มีนกยูงด้วย ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

พระพุทธรูปภายในพระอุโบสถ สวยงามมาก

สุดท้ายแล้วกับวัดพระแก้ว ประวัติเค้าบอกว่าเป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นสมัยใดไม่ปรากฎหลักฐาน
เป็นที่ค้นพบพระแก้วมรกต ที่ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดพระแก้ว กรุงเทพ
พระอุโบสถเป็นแบบล้านนา (ศิลปะแบบล้านนาทุกวัดเลย)

พระพุทธรูปในพระอุโบสถ

พระเจดีย์

พระหยกเชียงราย เป็นพระพุทธรูปที่ชาวเชียงรายสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จย่ามีพระชนมายุครบ 90 พรรษาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2533 โดยในหลวงได้ทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดพระแก้ว กรุงเทพ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2534 และชาวเมืองเชียงรายได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดพระแก้ว เชียงราย จนถึงปัจจุบัน

จากวัดก็ไปไนท์บาร์ซาร์เชียงราย เป็นซอยเล็กๆเอง เทียบเชียงใหม่ไม่ได้เลย ส่วนที่เห็นคือถนนหน้าซอย ประดับประดาไฟสวยดีเหมือนกัน

เดินที่ไนท์บาร์ซาร์แว๊บเดียวแล้วก็ซื้ออาหารเย็นที่ร้านเซเว่นแถวนั้น ตามแผนเดิมคิดว่าจะหาที่กินดีๆสักร้าน แต่เที่ยวกันเลยเวลาไปนิด เลยไม่มีเวลามากนัก เอาฟาสต์ฟู้ดนี่แหละ ซื้อเสร็จก็รีบไปสนามบิน เพราะเครื่องออก 2 ทุ่ม

เราใช้บริการของนกแอร์ เครื่องบินใช้ได้เลยนะ พอๆกับการบินไทย แค่ไม่มีอาหารกับเครื่องดื่มให้เท่านั้นเอง

ก็กลับถึงกรุงเทพตอน 3 ทุ่มพอดี เป็นอันจบการเดินทางแต่เพียงเท่านี้

ขอสรุปค่าใช้จ่ายสำหรับทริปนี้มาให้ดู เผื่อใครจะไป เอาไว้เป็นข้อมูลการเดินทางค่ะ
- ค่าเช่ารถเก๋งกระบะ (รวมคนขับ) วันละ 1300 บาท ทั้งหมด 3 วัน ค่าน้ำมันรถต่างหาก
- ค่าบ้านพักที่ไร่ภูฟ้า1800 บาท ค่าบ้านพักที่เรือนวิว 1000 บาท (ราคาต่อหลัง)
- ค่าอาหารมื้อต่างๆ (ไม่รวมที่ที่พักเค้ามีให้อยู่แล้ว) เฉลี่ยประมาณ 500 บาทต่อมื้อ (รวม 3 คน)
- ค่ารถทัวร์ขามา 900 บาทต่อคน ค่าเครื่องบินขากลับ 1550 บาทต่อคน
- ค่าตั๋วเข้าชมสวนแม่ฟ้าหลวง คนละ 80 บาท
- อื่นๆ เช่น น้ำ ขนม
สรุปว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดคนละ 5,300 บาท ถือว่าเที่ยวสนุกในราคาประหยัด (แล้วนะ) สำหรับเราเลย

Comment

Comment:

Tweet

สวยงามมากครับ

#3 By เที่ยวเชียงราย (101.109.137.114) on 2011-06-06 12:50

open-mounthed smile confused smile embarrassed vbvbvbvbvbvbvbbvอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิtongue wink

#2 By สวยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (61.91.165.195) on 2010-06-21 15:01

ดอกไม้แปลกและสวยมากๆค่ะ ขอบคุณมากค่ะ big smile

#1 By ร้านดอกไม้ (125.25.89.252) on 2008-05-22 19:06