ทริปเชียงราย ตอนที่ 2

posted on 04 May 2008 22:11 by aoynaja in Local

ตอนนี้เป็นตอนที่ 2 ค่ะ สามารถดูย้อนกลับไปตอนที่ 1 ได้ที่  http://aoynaja.exteen.com/20080504/entry

เช้าวันใหม่ ตื่นตี 4 ครึ่งเพราะต้องมารอรถที่จะขึ้นไปภูชี้ฟ้า เค้านัดตีห้า ก็มายืนรอ กว่ารถจะมาจริง ยืนรอไปอีกครึ่งชั่วโมง แทบจะยืนแข็งตายตรงนั้นเลย แบบว่าอากาศหนาวจริงๆ แล้วรถที่นั่งขึ้นภู ก็เป็นรถกระบะแบบเปิดโล่งซะด้วย โดนลมหนาวตีหน้าซะ เลยเอาผ้าพันคอคลุมหัวมิดเลย ดีที่ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ถึงทางขึ้นภูแล้ว แต่ต้องเดินเท้าอีก 700 เมตร ทางชันเหมือนกัน เล่นเอาเหนื่อย เหงื่อออก หายหนาวไปเลย
มาถึงจุดชมวิว ก็ประมาณ 6 โมงเช้านิดๆ เกือบไม่ทันดูพระอาทิตย์ขึ้นซะแล้ว

ตอนนี้พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ชมจันทร์กันไปก่อน (เห็นไหม จุดสว่างเล็กๆทางมุมขวาบน)

เริ่มมีแสงทองพาดผ่านท้องฟ้า

พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว 

 ถ่ายแบบพาโนรามา รูปนี้เอาไปอัดขยายติดผนังเรียบร้อย

เริ่มเห็นดวงอาทิตย์

 

อีกมุม

พระอาทิตย์ขึ้นแล้วจ้า

อีกมุมนึง

มีเด็กชาวเขามาจะให้ถ่ายรูปด้วย (จ่ายตังค์) กะว่าจะถ่ายรูปด้วยซะหน่อย แต่ไปๆมาๆก็ไม่ได้ถ่ายเด็ก มัวแต่ถ่ายรูปวิว (โปรดสังเกตุขาตั้งกล้อง ประมาณทับซ้อนกันเลย เพราะคนเยอะมาก)

จากจุดเมื่อกี้ เดินขึ้นภูมาอีกนิด จะเห็นผาหัวสิงห์ (เหมือนสิงห์จริงๆเลย)

ขึ้นมาบนสุดยอดของภูชี้ฟ้าแล้ว จะเห็นวิวแบบนี้ละ

ทะเลหมอกสวยจริงๆเนอะ

ออกจากภูชึ้ฟ้าตอนประมาณ 8 โมงได้ ก็กลับที่พักไปทานอาหารเช้า ชมวิวยามเช้าหน้าที่พักซะหน่อย สวยเหมือนกัน

ออกจากที่พักตอน 9 โมง ไปดอยผาตั้ง ชมทะเลหมอกกันต่อ
มาถึงแล้วก็ต้องกรี๊ดกับทะเลหมอกเบื้องหน้า ด้วยความที่ไม่คิดว่ายามสายขนาดนี้แล้ว ยังมีทะเลหมอกให้เห็นได้ขนาดนี้

ไม่เคยเห็นทะเลหมอกยาวเหยียด สุดสายตาขนาดนี้มาก่อนเลย (สุดยอดทะเลหมอกเท่าที่เคยเห็นแล้วนะเนี่ย) จำได้ว่า feel ตอนนั้นบอกได้คำเดียวว่า โอ้ สุดยอด! (ภาพที่ถ่ายมา ไม่ได้เท่าของจริงเลย)

และนี่คือรูปที่เอามาทำ heading ของ blog

ชมทะเลหมอกแล้ว ยังมีดอกไม้ให้ชมอีก ที่ผาตั้งมีดอกนางพญาเสือโคร่ง (หรือซากุระ) ด้วย

ออกจากดอยผาตั้งแล้ว มุ่งหน้าสู่อำเภอเชียงแสน ระหว่างทางแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านนางนวล อยู่อำเภอเชียงของ ชมวิวลำน้ำโขงไปด้วย

อาหารที่กินก็เป็นปลาลำน้ำโขง มีปลามากมายที่ไม่รู้จักและไม่เคยกิน มาิกินกันก็วันเนี้ย

ร้านนี้แวะโดยบังเอิญ ไม่ได้อยู่ในแผน เพราะกะเวลาผิดไปหน่อย

แต่ความบังเอิญนี่ก็ทำให้เราได้พบกับแหล่งแพร่พันธุ์ปลาบึกแห่งแรกในโลก

ต่อไปเราก็ไปกันที่วัดพระธาตุผาเงา


จากนั้นก็นั่งรถขึ้นเขาไปอีกนิดนึงก็จะถึงพระบรมธาตุพุทธนิมิตรเจดีย์

เพดานในพระบรมธาตุ รูปเขียนสี ส่วยดี

ที่นี่เป็นจุดนึงที่ชมวิวแม่น้ำโขงได้ดี ช่วงนี้น้ำแห้งเลยเห็นสันดอนทรายกลางน้ำกว้างขวางอย่างที่เห็น


แล้วเราก็เดินทางสู่เมืองโบราณเชียงแสนกันแล้ว เป็นพี้นที่ที่อยู่ในเขตกำแพงเมืองเชียงแสนเก่า

ก็จะมีวัดร้าง โบราณสถานต่างๆมากมาย เราเริ่มกันที่วัดเจดีย์หลวง

เจดีย์หลวงเป็นเจดีย์ทรงระฆังฐานสูงแปดเหลี่ยม ใหญที่สุดในเชียงแสน  

พระวิหารเก่าแก่มาก

ภายในพระวิหาร เปิดโล่งจริงๆ

เค้าเรียกว่าอะไรนะ ใช่โคมหรือเปล่า เห็นแบบนี้บ่อยๆในวัดเมืองเหนือ

ต่อด้วยวัดป่าสัก ที่มีต้นสักล้อมรอบมากมาย

ตามประวัติ พระเจ้าแสนภูทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๘ และให้ปลูกต้นสักล้อมกำแพงจำนวน ๓๐๐ ต้น จึงได้ชื่อว่า “วัดป่าสัก” ทรงตั้งพระพุทธโฆษาจารย์เป็นสังฆราชจำพรรษา ณ อารามแห่งนี้ ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานทรงมณฑปยอดระฆัง ตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นอันวิจิตร เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ กระดูกตาตุ่มข้างขวาจากเมืองปาฏลีบุตร

ต้นสักใหญ่มาก

พระเจดีย์


เรียกว่าอะไร ไม่แน่ใจ

ไปต่อที่วัดพระเจ้าล้านทอง

วัดนี้ตั้งอยู่ในเขตกำแพงเมือง เจ้าทองงั่ว ราชโอรสพระเจ้าติโลกราชเป็นผู้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๐๓๒ ได้ทรงหล่อพระพุทธรูปองค์หนึ่งหนักล้านทอง (๑,๒๐๐ กิโลกรัม) ขนานนามว่า พระเจ้าล้านทอง

ในวัดนี้ยังมีพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งได้มาจากวัดทองทิพย์ซึ่งเป็นวัดร้าง เรียกกันว่า พระเจ้าทองทิพย์ เป็นพระพุทธรูปทองเหลือง ลักษณะเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย

เสาวัด ศิลปะเมืองเหนือ

 รูปไม้แกะสลักที่บานหน้าต่าง

หลังคาพระอุโบสถ แสงแดดส่องยามบ่ายทำให้เห็นเงาของลวดลายศิลปะ สวยดี

ออกจากเมืองโบาณกันแล้ว ไปต่อที่ทะเลสาบเชียงแสน ประมาณ unseen สำหรับคนทั่วไป เพราะแม้แต่คนขับรถยังไม่รู้จัก ต้องอาศัยถามทางคนแถวนั้น

ที่นี่เป็นแหล่งดูนกน้ำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีฝูงนกน้ำอพยพมาอาศัยที่ทะเลสาบแห่งนี้ (ไม่มีกล้องส่องทางไกลอ่ะ เลยเห็นได้แค่ลิบๆ)

เค้าบอกว่าถ้ามาช่วงเช้า จะเห็นสายหมอกคลอเคลียไปกับทิวเขา (อะไรจากโรแมนติกขนาดน้าน)


มีคนพายเรือคายัคเล่นด้วย (น่าจะเป็นของรีสอร์ทที่อยู่ข้างๆ)

เราเป็นคนชอบทะเลสาบนะ ดูน้ำนิ่งๆ ใสๆ เหมือนกระจกเลย

กระจกจริงๆ

พระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้ว รูปนี้พระอาทิตย์หลายดวงมาก ทั้งบนฟ้าและที่สะท้อนบนผืนน้ำอีกหลายเด้ง

ไปกินอาหารเย็นที่ร้านครัวเชียงแสนริเวอร์ไซด์ ได้ชมวิวลำน้ำโขงอีกแล้ว บรรยากาศดีม๊าก มาก

ตื่นเต้นกับกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ เพราะไม่ได้นึกว่าจะมี แล้วก็สั่งอาหารตามที่หนังสือแนะนำ (หนังสือ “เที่ยวทั่วไทยไปกับนายรอบรู้”) เค้าแนะนำยำตะไคร้กุ้ง รสจัดดี แต่ตะไคร้เยอะไปหน่อย ไม่ค่อยกินอ่ะ นอกจากนี้ก็มีแมวสะอื้น (จริงๆคือปลาทอดนั่นแหละ) แล้วก็ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ทั้งหมดนี้ประมาณ 600 บาทเท่านั้น

กินเสร็จก็เข้าที่พักที่เรือนวิวรีสอร์ท อยู่ใกล้กับทางขึ้นดอยตุง พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวดอยตุงกัน

http://aoynaja.exteen.com/20080504/entry-2

Comment

Comment:

Tweet

อาหารอร่อยนะครับ ชอบภาพมากเลยครับ

#1 By เที่ยวเชียงราย (101.109.137.114) on 2011-06-06 12:57