ทริปเชียงราย ตอนที่ 1

posted on 04 May 2008 22:09 by aoynaja in Local

ไปเที่ยวเชียงรายเมื่อวันที่ 14-16 ธันวาคม 2550 มาเจ้า เริ่มจากวันที่ 13 ออกเดินจากกรุงเทพ – สถานีขนส่งหมอชิต ตอน 2 ทุ่ม นั่งรถทัวร์ VIP เชียวนะ (แต่ถึงจะ VIP ก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี) ถึงอำเภอเมือง เชียงรายตอนประมาณ 6.30 น. ของเช้าวันที่ 14
ลงจากรถทัวร์ ก็ขึ้นรถเช่าที่คนขับมารอรับอยู่แล้วที่สถานีขนส่งเชียงราย รถที่เราเช่าเป็นรถกระบะเก๋ง พอดีสำหรับคณะทัวร์เล็กๆอย่างเรา (มีอยู่แค่ 3 คน คือเรา เพื่อน และแม่ของเพื่อน)

เรี่มจากหาอาหารเช้าทานกันก่อน แต่ก่อนจะได้กินอาหารเช้า ก็มีโอกาสได้ทำบุญตักบาตรพระที่ท่านมาบิณฑบาตพอดี รีบวิ่งไปซื้อกับข้าวจากร้านอาหารแถวนั้น แล้วก็ไปใส่บาตร ได้ใส่บาตรพระไป 2 รูป เพื่อนมาบอกทีหลังว่าเค้าไม่ให้ใส่บาตรพระเป็นเลขคู่ เราก็ อ้าวเหรอ ไม่รู้อ่ะ ไม่ค่อยได้ใส่บาตรนี่นา แต่เราก็ว่าไม่น่าจะเป็นไร จะเป็นเลขคี่หรือเลขคู่ก็ไม่น่าจะผิดตรงไหนนิ ทำดีซะอย่าง

ตักบาตรเสร็จ ก็กินข้าวร้านที่ซื้อกับข้าวมาตักบาตรนั่นแหละ ดูอาหารสะอาด สดใหม่ น่ากินดี

ร้านอาหารชื่อศรีตรัง (ให้เครดิตหน่อย) ขายข้าวแกงธรรมดานี่แหละ รสชาติก็ถือว่าใช้ได้

ออกเดินทางต่อไปวัดร่องขุ่น ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจากตัวเมือง

เป็นวัดที่เราตั้งใจว่าจะต้องมาให้ได้ เคยเห็นแต่ตามสื่อต่างๆแล้วรู้สึกว่าสวยจัง วันนี้ก็ได้มาแล้ว สวยจริงๆ

หน้าพระอุโบสถ (เค้าห้ามถ่ายรูปข้างในน่ะ)

ด้านข้างบ้าง

ศิลปะปูนปั้น งดงามจริงๆ

ซูมเข้าไป

 ทองอร่าม

ห้องน้ำยังสวยขนาดนี้

 ที่นั่งพักสำหรับผู้มาเยือน

หลังจากนั้นเราก็เดินทางต่อไปน้ำตกขุนกรณ์ ใช้เวลาไม่กี่นาทีจากวัดร่องขุ่น แต่เวลาที่ใช้เดินเท้าจากปากทางเข้าไปถึงน้ำตกนี่สิ เกือบชั่วโมงเลย แต่ระหว่างทางก็เป็นป่า ร่มรื่นดี เดินชมโน่นชมนี่ไปเรื่อย

ธารน้ำ และป่าไผ่

ถึงแล้ว น้ำตกที่สูงที่สุดในเชียงราย

มีทัวร์ฝรั่งเดินมาพร้อมๆกับพวกเราด้วย นี่ก็ฝรั่งเล่นน้ำตก เทียบความสูงของน้ำตกกับตัวคนได้เลย

เดินกลับออกมา (ขากลับเดินเร็ว 30 นาทีก็ถึงทางออกแล้ว) ก็ขึ้นรถไปกินอาหารกลางวันที่ร้านชื่อดังของเชียงรายคือ ร้านสลุงคำ เป็นอาหารพื้นเมือง ก็สั่งรวมมิตรไส้อั่ว แหนมซี่โครงหมูย่าง แล้วก็มีแกงฮังเล น้ำพริกอ่อง แกงแค ตามรูปเลย

อิ่มแล้วไปต่อกันที่น้ำตกภูซาง เป็นทางผ่านที่จะไปภูชี้ฟ้า กว่าจะถึงใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงได้ หลับไปได้เลย
ถึงน้ำตกแล้ว คราวนี้สบายหน่อย ไม่ต้องเดินแบบน้ำตกขุนกรณ์ เพราะน้ำตกนี่อยู่ติดถนนเลย
เป็นน้ำตกเล็กๆ แต่ก็มีวิวสวยให้ถ่ายรูปได้

พระอาทิตย์ส่องแสงได้มุมสวยพอดี

ระยิบระยับ

ต้นไม้ใหญ่ไร้ใบ ท่ามกลางความเขียวขจีของต้นอื่นๆ (ทำไมโกร๋นอยู่ต้นเดียวละนี่)

เดินทางกันต่อไป ระหว่างนั่งรถ เจอเด็กๆกำลังเดินแถวกลับจากโรงเรียนพอดี น่ารักมาก

 เปิดหน้าต่าง ออกไปโบกมือทักทาย เด็กทำหน้างง 555

 

ต่อไปเราเดินทางไปสถานีเกษตรดอยผาหม่น เป็นที่ปลูกดอกไม้เมืองหนาว จริงๆที่นี่ไฮไลท์คือดอกทิวลิป แต่มาถึงแล้วเค้าบอกว่ายังไม่ถึงช่วงที่จะออกดอก ต้องเดือนมกราคมน่ะ ก็เอ้อ มาเร็วไปหน่อย

 

ได้แต่ถ่ายรูปดอกลิลลี่ แล้วก็ดอกอะไรอีกนิดหน่อย

 

 

แดงสดจริงๆ

 

จากนั้นเราก็เดินทางสู่ที่พัก ไร่ภูฟ้ารีสอร์ท อยู่ไม่ไกลจากทางขึ้นภูชี้ฟ้า
บ้านไม่ได้หรูหราอะไร แต่ก็ถือว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบคือมีห้องน้ำในตัวที่มีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย แล้วก็มีทีวี (ซึ่งไม่ได้ดูเลย) แล้วก็ที่นอน ผ้าห่ม เท่านี้ล่ะ สมกับราคา (คิดราคาบ้านหลังละ 1800 บาทต่อคืน ซึ่งจริงๆพักได้ 6 คน)

 

ถึงเวลากินอาหาร 6 โมงเย็น อากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ หลังจากพระอาทิตย์ตก


กินอาหารเสร็จก็รีบเข้าห้องนอนทันที เพราะอากาศข้างนอกบ้านหนาวมาก (ถามพนักงานเค้าบอกว่าอุณหภูมิประมาณ 10 องศา)

ต่อตอนที่ 2 นะคะ http://aoynaja.exteen.com/20080504/entry-1

Comment

Comment:

Tweet

อะไรจะบังเอิญขนาดนี้ อยู่ดีๆพี่ก็นึกมาดูหัวข้อนี้ (ซึ่งเขียนไว้นานแล้ว)ก็มาเห็น comment แจงพอดี สดๆร้อนๆเลยนะนี่ double wink

ไป search อากู๋ดูตามที่แจงบอก เจอจริงๆด้วยอ่ะ แหมน่าดีใจ ได้ขึ้นหน้า google หลายเรื่องละ อิอิ

#3 By Aoy+ on 2008-11-22 01:16

ว้า ลืมลงชื่อ แจงเองค่ะ

#2 By jang (124.120.162.106) on 2008-11-22 00:45

555 พี่อ๋อย serach เจอจากอากู๋ ด้วยนะ
หาคำว่า สถานีเกษตรดอยผาหม่น

#1 By (124.120.162.106) on 2008-11-22 00:45