Dubai ไปดูกัน

posted on 04 May 2008 22:30 by aoynaja in Foreign

ทริปนี้ ไปช่วงสงกรานต์ปี 2550 เป็นเวลาสั้นๆ แค่ 3 วันเอง ออกเดินทางตอนเย็นวันที่ 12 แล้วก็กลับมาตอนเช้าของวันที่ 16

ใช้บริการบริษัททัวร์นำเที่ยว ของบริษัท Oscar Holiday Tour and Exhibition

ก็ดีนะ เค้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการนำเที่ยวดูไบโดยเฉพาะเลย

อาจจะสงสัยว่าดูไบนี่ประเทศอะไรน้อ ไม่ใช่ประเทศหรอก แต่ว่าเป็นเมืองหนึ่งในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (U.A.E.) 

จริงๆก็ไปหลายเมือง ไม่ใช่แค่ดูไบ ไปเมืองไหนบ้าง ไปดูกัน

เริ่มตอนเช้าวันที่ 13 หลังจากเดินทางถึงดูไบเมื่อคืนนี้ วันนี้เราจะไปเมืองอาบูดาบี
ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ U.A.E. ระหว่างทางก็นั่งรถชมวิวทิวทัศน์ข้างทางที่หนีไม่พ้นต้นอินทผลัมและทะเลทราย

ต้นอินทผลัมกับพระอาทิตย์ยามเช้าแก่ๆ (พระอาทิตย์ที่นี่ทำไมมันดูใหญ่จังเลยนิ)

ต่อไป..ทะเลทราย วิวที่เห็นได้ทั่วไป

นี่ที่ไหนไม่รู้แต่ดูอลังการดีจัง เลยถ่ายรูปไว้

แล้วรถก็พาเรามาถึงตลาดพรม ทุกร้านขายแต่พรมจริงๆ

พรมมากมายหลากสีสัน แต่ไม่มีคนไหนในกรุ๊ปทัวร์ซื้อซักคนเลย (มีทั้งหมด 37 คนนะในทัวร์นี้)
คงเพราะมันขนกลับลำบากด้วยแหละ ทำเอาแขกหงอยไปตามๆกัน

ต่อไป แวะถ่ายรูป ณ จุดชมวิว ชิคาโก บีช กับทะเลสีเทอร์คอยซ์ ที่ท่าน SHIEAK ALNAYAN สร้างเป็นของขวัญแก่ชาวเมือง

แล้วก็แวะเข้าห้องน้ำที่ห้างแห่งนึงใกล้ๆบีช นี่แหละ เพดานสวยดี ถ่ายรูปเก็บไว้ตามเคย

ต่อไปก็...แบตกล้องหมดซะงั้น...สงสัยชารจ์ทิ้งไว้นานไปหน่อย ประจุไฟมันเลยเหลือน้อย จ๋อยเลย
ภาคบ่ายสำหรับวันนี้ เลยเป็นแค่การบรรยายละกัน ก็ไม่เป็นไร เพราะตอนบ่ายก็เที่ยวห้างเป็นส่วนใหญ่แล้วล่ะ

ก่อนเดินทางกลับดูไบ ก็ผ่านชมโรงแรม Emirates Palace
ซึ่งเค้าว่ากันว่าสวยดั่งพระราชวังของเจ้าผู้ครองนคร แค่ผ่านจริงๆ เพราะได้แต่ดูด้านนอก
ถ้าไม่ใช่แขกมาพัก เค้าไม่ให้เข้าไป เลยไม่รู้ว่าข้างในเป็นยังไงนะนี่

จากนั้นก็กลับมาที่ดูไบ ไปห้าง IBN BATUTA MALL มีลักษณะพิเศษคือการตกแต่งมีสถาปัตยกรรมแยกเป็น 5 zone คือ จีน อินเดีย อิหร่าน อียิปต์ ตูนิเซีย ก็สวยดีนะ เหมือนมาที่เดียว ได้หลายเมืองเลย
ห้างนี้ถึงได้ชื่อว่า THE WORLD UNDER ONE ROOF ล่ะ เราก็ไม่ได้ซื้อของอะไร มัวแต่ถ่ายรูป (ใช้กล้องเพื่อน) ก็หมดเวลาแล้ว

หลังจากนั้นตอนค่ำ เราก็ไปกินอาหารกันบนเรืออาหรับ ล่องไปตามแม่น้ำ the Creek ซึ่งเป็นแม่น้ำใจกลางเมืองดูไบ

รูปนี้เป็นวิวริมแม่น้ำที่ถ่ายตอนเช้าอีกวัน เพราะรถขับผ่านอีกรอบนึง เรือที่เห็นไม่ใช่เรือที่เราล่องนะ

เรืออาหรับที่เราล่องก็เป็นเรือไม้ มีสองชั้น ข้างล่างติดแอร์ เป็นห้องอาหาร ส่วนข้างบนก็เป็นแบบเปิดโล่งนิดนึง ไว้รับลมชมวิวกันไป

เช้าวันต่อมา เราไปที่พิพิธภัณฑ์ดูไบ ที่ได้ชื่อว่าทันสมัยที่สุดในตะวันออกกลาง

ภายในพิพิธภัณฑ์ก็จะมีหุ่นจำลอง บอกเล่าวิถีชีวิตของผู้คนชาวอาหรับ

ร้านขายของที่ระลึกในพิพิธภัณฑ์

ไม่ซื้อแต่ถ่ายรูปเก็บไว้อย่างเดียว ไม่ใช่ว่าประหยัดตังค์อะไร
แต่ไกด์เค้าบอกว่าที่นี่จะแพงกว่าห้างที่ทัวร์เค้าจะพาไปซื้อ เลยเก็บเงินไว้ก่อน

ตุ๊กตาอูฐ น่ารักดี

ออกจากร้านขายของ ก็จะเจอโรงแรมตรงข้ามพิพิธภัณฑ์ ดูสไตล์แขกโบราณดี

ต่อไป ก็ไปถ่ายรูปกับโรงแรม Burj Al Arab ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของดูไบไปแล้ว เป็นโรงแรมระดับเจ็ดดาว
(วัดกันยังไงไม่รู้แต่เค้าว่ากันอย่างนั้น)

ไกด์บอกว่าขั้นต่ำห้องละประมาณ 40,000 บาท ส่วนแพงสุดคือ 1 ล้านบาทต่อคืน จะมี 5 ห้องนอนมั๊ง
แล้วก็คนรับใช้ให้อีก 8 คน โอ้ อะไรจะใช้ชีวิตได้หรูหราฟุ่มเฟือยขนาดนั้น

เราเห็นโรงแรม Burj Al Arab ในระยะไกลกันแล้ว ต่อไปเราจะเข้าไปทานอาหารในโรงแรมกัน มื้อกลางวันมื้อเดียว สี่พันบาท!

ต้องจ่ายแยกต่างหากจากค่าทัวร์ ก็เอาน่ะ ตัดใจ ไหนๆก็มาถึงโรงแรมหรูระดับโลกแล้ว ต้องขอเข้าไปดูข้างในหน่อยล่ะ

ถ้าคนทั่วไปไม่ได้ใช้บริการอะไรของโรงแรม เค้าก็จะไม่ให้ผ่านเข้าไปนะ เลยเหมือนต้องยอมจ่ายค่าอาหารแพงเป็นค่าดูสถานที่เลย

แล้วก็ไม่ใช่จะเข้าได้ง่ายๆนะจะกินอาหารที่นี่ต้องจองล่วงหน้าถึง 2 อาทิตย์เลยล่ะ ไม่งั้นก็ไม่มีโต๊ะ หมดสิทธิ์รับประทาน

อะไรจะขนาดน้านนน

เอาล่ะ ตามมาดูกันว่าข้างในโรงแรมจะคุ้มค่าเงินไม๊ ช่วยๆดูกันหน่อยจะได้คุ้มไง ฮ่าๆๆ

เริ่มตั้งแต่ด้านหน้าของโรงแรม

หลังก้าวเท้าผ่านประตูโรงแรม ก็จะเห็นวิวอลังการแบบนี้

และ เคาน์เตอร์เซอร์วิส (ไม่รู้ว่าบริการอะไรเหมือนกัน)

ประตูลิฟท์ทองอร่าม (ทองจริงไหมนะ)

แอบถ่ายเด็กฝรั่ง น่ารักดี

พื้นยังประดับประดาลวดลายงดงาม

เสียดายที่ในห้องอาหารที่เราทานเค้าไม่ให้ถ่ายรูปแหละ อะไรจะหวงจัง

แต่เราไม่ละความพยายามในการถ่ายรูป 555 ไม่ให้ถ่ายข้างใน ถ่ายจากข้างนอกก็ได้

พอดีที่ร้านไม่ได้ติดกระจกหมดเลยพอมองเห็นบรรยากาศข้างใน


นี่เป็นด้านหน้าของร้าน ในร้านก็ตกแต่งสไตล์อาหรับ ออกสีโทนแดงๆ แล้วก็มองเห็นวิวทะเล ประมาณนี้
ส่วนอาหารก็โอเคนะ เป็น international buffet ได้กินก้ามปูใหญ่มากๆ
เสียดายน่าจะมีน้ำจิ้มซีฟู้ดแบบบ้านเรา คงจะอร่อยกว่านี้มากเลยล่ะ นอกนั้นก็มีอาหารพื้นเมืองแบบแขกๆ
ซึ่งไม่ค่อยถูกปากเราเท่าไหร่ ส่วนของหวานก็มีเค้ก มีขนมพื้นเมือง สรุปว่ากินครบเกือบทุกเมนู โฮ่ๆๆ

รูปนี้เป็นวิวโรงแรมที่อยู่ฝั่งตรงข้าม สวยเหมือนกัน สังเกตุนะว่าทะเลที่นี่สีสวย ใส หาดทรายก็ขาว ชอบๆ

ทัวร์โรงแรมเสร็จแล้วเราก็ไปทัวร์ทะเลทรายกัน ครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นทะเลทรายจริงๆล่ะ


ก็นั่งรถ 4 WD ตะลุยทะเลทรายกันแบบในรูปนี่แหละ รถจะขับแบบผาดโผนหน่อย อย่างกับเล่นสวนสนุกแหนะ
มีกรี๊ดกันเป็นระยะๆด้วยความหวาดเสียว

ท้ายรถหน้าตาแบบนี้

รถจะขับไปถึงกลางทะเลทราย แล้วก็จอดให้ลงมาถ่ายรูป

มาดูเนินทรายกัน

ทรายสีเพลิง เป็นคลื่นสวยเชียว

ชมพระอาทิตย์ตกในทะเลทราย

ค่ำแล้ว หลังจากนั้นเราก็ไปแคมป์แบบอาหรับกัน

 

ได้ขี่อูฐตอนกลางคืน (เสียดายไม่มีรูปตอนเราขี่อูฐเดิน เพราะไกด์ถ่ายรูปให้ไม่ทัน ส่วนเพื่อนเราไปเพ้นท์เฮนน่าอยู่ในแคมป์ ไม่ได้ขี่อูฐด้วยน่ะสิ)

จริงๆขี่แวบเดียวแหละ 2 นาทีได้มั๊ง แต่ก็เป็นประสบการณ์ครั้งแรกอีกเหมือนกันที่ได้ขี่อูฐ ตัวมันแข็งๆอ่ะ ดีที่ใส่กางเกงยีนส์ไปนะเนี่ย ส่วนรูปนี่ถ่ายตอนนั่งอยู่บนหลังอูฐจ้า

ขี่เสร็จก็เดินมาที่แคมป์ เค้ากำลังปิ้งเนื้ออยู่พอดี

เดินไปหาที่ทางเตรียมกินอาหาร เพื่อนรออยู่แล้วที่โต๊ะ

แขนเพื่อนเราเองที่เพ้นท์เฮนน่าเสร็จแล้ว เค้าบอกว่ามันจะติดอยู่ 2 อาทิตย์น่ะ
เราไม่ได้เพ้นท์เพราะไม่แน่ใจว่าจะต้องไปพบลูกค้าแล้วลายโผล่มันอาจจะดูไม่สวยเท่าไหร่

นอกจากการเพ้นท์เฮนน่า เค้ายังมีให้ใส่ชุดพื้นเมืองด้วย สำหรับผู้หญิงเป็นชุดดำทั้งชุดเลย เราก็ไปลองใส่ด้วย แต่ถ่ายรูปออกมาแล้ว ก็คิดว่า อืม.. อย่าให้ใครเห็นจะดีกว่านะ 555

ระหว่างทานอาหารก็ดูโชว์ระบำหน้าท้อง belly dance จากสาวสวยเซ็กซี่ชาวอาหรับ เค้าก็เต้นสวยดี

จบแล้วสำหรับวันนี้

วันถัดไปเดินทางไปรัฐซาร์จ้าห์
เป็นรัฐที่ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การสหประชาชาติให้เป็นศูนย์รวมชาวอาหรับทางด้านวัฒนธรรม

จุดแรกที่ชมคืออนุสาวรีย์ คัมภีร์กุรอ่าน

ต่อไป ไปชมตลาดขายผลไม้

ผลไม้มากมายหลากสีสัน

แล้วก็ไปห้างที่ไกด์บอกว่าของถูกกว่าที่พิพิธภัณฑ์ ไปซื้อของที่ระลึกต่างๆเช่นตุ๊กตาอูฐ ทรายเจ็ดสี

และนี่คือทรายเจ็ดสีที่เราซื้อมา บอกนิดนึงว่าทรายเจ็ดสี คือทรายที่รวบรวมมาจากเจ็ดรัฐของ UAE
ซึ่งมีสีธรรมชาติที่ต่างกัน

หน้าร้านขายของที่ระลึก

ขวดแก้วพวกนี้เห็นได้ทั่วไปตามร้านขายของที่ระลึก ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไรเหมือนกัน แต่สวยดี


ช้อปปิ้งต่อที่ห้างเบอจูมานเซ็นเตอร์ ขายของพวก brand name แต่ไม่ได้ซื้อมาสักบาท เพราะใช้เงิน Dirham
(สกุลเงินของ UAE) ฮี่ๆๆ มุขเล่นคำซ้าาา จริงๆก็ไม่ได้ซื้อหรอกพวก brand name ดูๆแล้วก็แวะเข้าแผนก
supermarket (คาร์ฟูร์นี่เอง) หาของแปลกมากิน สรุปว่าได้ซื้อมาม่ารสชาติแขกๆ แล้วก็พริงเกิลรสพริกไทยดำ
ซึ่งไม่เคยเห็นในเมืองไทย เท่าเนี้ยล่ะ 555

ดูเพดานห้างสวยแปลกตาดี ถ่ายรูปเก็บไว้ ที่นี่เพดานสวยๆเยอะเลยล่ะ

พูดถึงเงินเดอแฮม เอามาให้ดูตัวอย่าง ที่ถ่ายเก็บไว้ เพราะว่าแลกคืนหมดเลย

หลังออกจากห้าง ก็ไปต่อที่ตลาดทองที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขายทุกอย่างที่เป็น
jewelry มีร้านทองมากกว่าร้อยร้าน

 

ร้านทองขายทองเป็นแผงอย่างกะของปลอมแหนะ แต่ขอบอกว่านี่ทองจริงๆนะ

ส่วนนี่ เสื้อที่ถักด้วยทองคำ

ในตลาดทอง นอกจากร้านทอง ยังมีร้านขายผ้าแทรกตัวอยู่มุมนึง ไกด์พาไปซื้อ ผ้าราคาถูกมากๆ
สรุปว่าไม่มีใครซื้อทองเลย ซื้อกันแต่ผ้าเนี่ยแหละ555

ภาพสุดท้ายที่ดูไบ อำลาด้วยพระอาทิตย์ตกใจกลางเมือง

Comment

Comment:

Tweet

ใช้กล้อง canon a95 น่ะค่ะ ภาพสวยเพราะมุมมอง ไม่เกี่ยวเทคนิคมากนักค่า

#6 By aoy (49.230.181.159) on 2011-04-29 00:58

พี่ถ่ายรูปสวยจังคะ ใช้กล้องรุ่นอะไรหรอคะ
คือหนูกำลังจะไปดูไบ วันศุกร์นี้ แล้วพ่อให้เอากล้อง canon 50d ไปด้วย แต่หนูใช้ไม่เป็นเลยอะคะ พอจะมีเทคนิคเล็กๆน้อยๆ บอกต่อหน่อยมั้ยคะ

****ขอบคุณมากนะคะ****

#5 By ziney (223.207.84.96) on 2011-04-27 20:02

ถ่ายภาพยังกะตากล้องอาชีพ

#4 By cool (124.157.216.17) on 2009-12-14 16:31

ขอบคุณคุณอ๋อยมากค่ะที่พาไปดูข้างใน Burj Al Arab เพราะถ้าไม่ใช่แขกของโรงแรมเข้าไปไม่ได้เด็ดขาด ดีแล้วค่ะที่ไปกับทัวร์ บางประเทศนี่เราไปเที่ยวเองไม่ได้เด็ดๆเลย เที่ยวยากมาก

แหะๆ อยากบอกว่าซื้อทราย 7 สีมาเหมือนกัน ซื้อมา 12 เดอแรม ค่ะ แต่เห็นที่สนามบินขายตั้ง 50-60 เดอแรมแหนะ

ภาพถ่ายสวยมากเลยค่ะ สุดยอดดดดดดด

#3 By duck-life on 2009-04-15 13:00

โหห เพดานสวยมาก สุดจะบรรยาย


เบิร์จอัลน่าไปจัง อยากไปทำงานที่นั่นจิงๆ(แบบว่าหนูเรียนโณงแรมค่ะ)

ประเทศนี้เค้าทำไมชอบทำอะไรสูงๆๆๆๆๆว่ามั้ยคะ อิอิ

#2 By oOOWunWanOOo (114.128.22.125) on 2009-01-25 16:12

cry double wink wink surprised smile embarrassed สุดยอด

#1 By hassano (202.12.73.20) on 2008-08-21 11:44